
อภัยโทษป่วนแน่
กลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อีกครั้งเมื่อกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญเห็นชอบกำหนดให้มี “คณะกรรมการอิสระเสริมสร้างความปรองดองแห่งชาติ”
โดย...ธนพล บางยี่ขัน
กลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อีกครั้งเมื่อกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญเห็นชอบกำหนดให้มี “คณะกรรมการอิสระเสริมสร้างความปรองดองแห่งชาติ” ประกอบด้วยกรรมการไม่เกิน 15 คน ซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งจากผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งไม่เป็นฝักฝ่ายทางการเมืองหรือความขัดแย้ง และผู้ซึ่งเป็นผู้นำความขัดแย้ง
เมื่อหนึ่งในอำนาจหน้าที่สำคัญของกรรมการชุดนี้คือ “เสนอให้มีการตราพระราชกฤษฎีกาอภัยโทษแก่บุคคลซึ่งให้ความจริงอันเป็นประโยชน์อย่างยิ่งแก่การดำเนินงาน และผู้กระทำซึ่งได้แสดงความสำนึกผิดต่อคณะกรรมการอิสระเสริมสร้างความปรองดองแห่งชาติแล้ว”
แม้จะลดดีกรีความร้อนแรงจาก “นิรโทษกรรม” มาเป็น “อภัยโทษ” เพราะโทษของคดีที่เกี่ยวข้องยังคงมีอยู่ไม่ได้ลบให้หมดไป และจะต้องเข้าสู่กระบวนการพิจารณาคดีรับโทษถึงจะเข้าเงื่อนไขอภัยโทษ
แต่เชื้อความปั่นป่วนดูจะไม่หมดไปง่ายๆ เมื่อผู้จะได้รับการอภัยโทษจะต้องเข้าเงื่อนไข ทั้งให้ความจริงอันเป็นประโยชน์ และสำนึกผิดต่อกรรมการชุดนี้
ทำให้เกิดคำถามตามมาว่า กรรมการชุดนี้จะมีอำนาจเหนือบังคับกลไกฝ่ายบริหารหรือไม่ เพราะรัฐธรรมนูญเปิดช่องให้กรรมการชุดนี้เป็นผู้พิจารณาชงเรื่องการออก พ.ร.ฎ.อภัยโทษ ว่าจะให้กับใคร หรือไม่ให้กับใคร ทีี่สำคัญผู้จะได้รับอภัยโทษทำไมถึงต้องสำนึกผิดต่อกรรมการชุดนี้
ความเป็นห่วงจึงย้อนกลับมาเรื่องประเด็นที่มาของกรรมการทั้ง 15 คนนี้ ว่าเป็นใครมาจากไหน เพราะในรัฐธรรมนูญระบุแค่กรอบกว้างๆ ซึ่งจะต้องไปกำหนดในกฎหมายลูกต่อไป แต่บุคคลที่จะมารับตำแหน่งเป็นกรรมการชุดนี้จะต้องเป็นผู้ที่ได้รับการยินยอมจากคู่ขัดแย้งทุกฝ่าย ซึ่งไม่ได้หาได้ง่ายเวลานี้
ไม่ต้องมองไปไกลถึงผลการพิจารณาว่าใครจะได้รับการอภัยโทษบ้าง ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ “เปราะบาง” และเป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้งที่เป็นอยู่ เอาแค่ประเด็นเบื้องต้นเรื่องการคัดเลือกคนเข้ามานั่งเป็นกรรมการชุดนี้ ซึ่งถือเป็นต้นทางกระบวนการอภัยโทษที่สสำคัญ ทุบโต๊ะล่วงหน้าได้เลยว่า ป่วนแน่ๆ







