
หุุ้นยังมีโอกาส เปลี่ยนชีวิตได้
กูรูหุ้นให้ทิศทางตลาดภายในงานมหกรรมทำเงินให้งอกเงยโพสต์ทูเดย์ มั่นใจปีนี้การลงทุนในหุ้นยังสามารถเปลี่ยนชีวิตนักลงทุนได้
กูรูหุ้นให้ทิศทางตลาดภายในงานมหกรรมทำเงินให้งอกเงยโพสต์ทูเดย์ มั่นใจปีนี้การลงทุนในหุ้นยังสามารถเปลี่ยนชีวิตนักลงทุนได้
งานสัมมนา “หุ้นเปลี่ยนชีวิตปีมะแม” ในงานมหกรรมทำเงินให้งอกเงย เมื่อวันที่ 8 ก.พ. 2558 ที่ผ่านมา ปริญญ์ พานิชภักดิ์ กรรมการผู้จัดการบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ซีแอลเอสเอ (ประเทศไทย) อธิป กีรติพิชญ์ และ นพ.พงศ์ศักดิ์ ธรรมธัชอารี นักลงทุนหุ้นคุณค่า ให้ความเห็นตรงกันว่า ปีนี้การลงทุนในตลาดหุ้นยังสามารถเปลี่ยนชีวิตนักลงทุนได้ เพราะมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี) ของประเทศชั้นนำ และการขยายตัวทางเศรษฐกิจยังผลักดันตลาดให้ไปต่อ
ปริญญ์ กล่าวว่า แม้ว่าดัชนีหุ้นไทยจะขึ้นมามากแล้วจนสัดส่วนราคาต่อกำไร (พีอี) สูงถึง 17-18 เท่า และนักลงทุนต่างชาติส่วนใหญ่ยังไม่เชื่อใจที่จะเข้ามาลงทุนหุ้นไทย แต่มาตรการคิวอีของญี่ปุ่นและยุโรปที่อัดฉีดเข้ามาจะทำให้มีเม็ดเงินต่างชาติไหลเข้าประเทศไทย โดยเฉพาะกองทุนญี่ปุ่นที่เชื่อใจและเข้าใจการทำธุรกิจในประเทศไทยดี ที่ปีนี้มีบางกองทุนขนาดใหญ่สามารถลงทุนในอาเซียนได้แล้ว จากกฎเกณฑ์เดิมลงทุนได้เพียงในญี่ปุ่นและเอเชียเหนือ
“ปีนี้ยังมีปาร์ตี้ต่อได้อีก เสียงดนตรียังไม่หยุดจากคิวอีและเงินทุนที่ไหลเข้าอาเซียน แม้ว่าหุ้นฟิลิปปินส์และอินโดนีเซียจะน่าลงทุนกว่าเพราะเศรษฐกิจเติบโตชัดเจนและรัฐบาลมีเสถียรภาพ แต่ทั้งสองตลาดก็นับว่าแพงมากแล้ว”
ปีนี้นับตั้งแต่เดือน ม.ค.จนถึงปัจจุบันเริ่มมีเงินไหลเข้ามาลงทุนแม้ยังไม่ชัดเจนนัก จากปีก่อนต่างชาติขาย 3.7 หมื่นล้านบาท และปี 2556 ขาย 1.9 แสนล้านบาท
ปัจจุบันรัฐบาลเริ่มปรับโครงสร้าง มีโครงการประชานิยมน้อยลง เน้นลงทุนในโครงการสาธารณูปโภคที่คาดว่าจะเห็นผลใน 4-5 ปีข้างหน้า มีนักลงทุนต่างชาติอย่างกองทุนของมาร์ก โมเบียส และกองทุนอเบอร์ดีนที่ชื่นชอบการลงทุนในประเทศและยังอยู่
ปริญญ์แนะนำหุ้นกลุ่มสาธารณูปโภค นาโนไฟแนนซ์ พลังงาน บริษัท ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น (UNIQ) บริษัท ท่าอากาศยานไทย (AOT) แม้ว่าราคาหุ้น AOT แพงแล้ว แต่เป็นบริษัทที่ผูกขาดธุรกิจสนามบิน ถ้าราคาย่อลงสามารถเข้าซื้อเพื่อไปต่อได้
กรรมการผู้จัดการ บล.ซีแอลเอสเอ กล่าวว่า สไตล์การลงทุนของเขาเป็นแบบชาวสวน ชอบเก็บไปเรื่อยๆ ที่มองไว้อีกกลุ่มคือหุ้นที่ได้รับผลกระทบจากการบริโภค
ที่อ่อนแอมานาน จากโครงการจำนำหุ้น รถคันแรก รวมถึงร้านอาหาร โดยเฉพาะหุ้นบริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป (M) เพราะกำลังซื้อไม่ได้แย่มาก หุ้นธนาคารเกียรตินาคิน และบริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป (TISCO) ก็น่าสนใจเพราะปันผลสูง บริษัท แม็ค กรุ๊ป (MC) ที่ราคายังถูกเพราะถูกฉุดจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้น
กลุ่มนิคมอุตสาหกรรมที่จะได้ดีจากการที่ไทยจะเป็นศูนย์กลางการลงทุนในประเทศลุ่มแม่น้ำโขง และหุ้นที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจดิจิทัล
ด้าน อธิป ให้ความเห็นว่า ถ้าพิจารณาเงินทุนไหลเข้าปี 2556-2557 นักลงทุนต่างชาติเทขาย ช่วงสองปีที่ผ่านมาใครถือหุ้นใหญ่ราคาแทบไม่ขยับ ได้แค่ปันผล แต่พอร์ตไม่โต ราคาหุ้นบางตัวลดลง และปีนี้เงินทุนเริ่มไหลเข้า มีหุ้นบางบริษัทสามารถเลือกลงทุนได้ โดยเฉพาะหุ้นที่จะได้ดีจากการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) และสาธารณูปโภค คือ รถไฟฟ้า 3 เส้นทาง และสนามบินสุวรรณภูมิเฟส 2 ที่จะทำให้เกิดโครงการอสังหาริมทรัพย์ตามมามากมาย
ถ้าพิจารณาจากสถิติดัชนีในอดีต 20 ปีที่ผ่านมา เคยผ่าน 1,600 จุดมาสามครั้ง ครั้งแรกปี 2537 ทุกคนมั่นใจว่าจะไปต่อได้ และไปถึงจุดสูงสุดถึง 1,753 จุดก่อนดิ่งลงมา ครั้งที่สองเดือน พ.ค. 2556 ที่ 1,653 จุด ทุกคนเชื่อว่าจะไปถึง 2,000 จุด สุดท้ายดิ่งลงไปที่ 1,200 จุด
แต่ปีนี้ดัชนีขึ้นจาก 1,400 จุดไปเหนือ 1,600 จุดต้นปี ทุกคนลังเล ความเชื่อมั่นของคนไม่มี แต่เชื่อว่าดัชนีจะขึ้นเงียบๆ เนื่องมาจากคาดว่าศักยภาพใน 3-5 ปี ประเทศไทยจะดีกว่านี้ โดยในภาวะที่ดอกเบี้ยเงินฝากน้อยขนาดนี้ การไม่ทำอะไรเลยคงแพ้แน่นอน ดังนั้นการลงทุนระยะยาวจากหุ้นดีที่สุด
อธิป กล่าวว่า การลงทุนระยะยาวในหุ้นนั้นให้ผลตอบแทนดีแน่นอนจากผลงานของกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (แอลทีเอฟ) ไม่มีใครถือแล้วขาดทุน เพราะมีการลงทุนที่กระจายความเสี่ยง
“ผมเชื่อในหลักการของปีเตอร์ ลินช์ ผู้จัดการกองทุนที่มีผลตอบแทนดีที่สุดในโลกที่จะเน้นกระจายหุ้นลงทุน โดยผมจะมีบัญชีสองบัญชี บัญชีแรกพอร์ตออมหุ้นกระจาย 5 บริษัท บริษัทละ 20% ของพอร์ต และบัญชีที่สอง บัญชีเคลื่อนไหวลงทุนหุ้น 3 ปีขึ้นไปในหุ้นปัจจัยพื้นฐานดีที่ราคาถูกเพราะเจอวิกฤต”
นพ.พงศ์ศักดิ์ มองว่า ปีนี้ตลาดหุ้นแพงแล้ว แต่เชื่อว่าความเสี่ยงในการลงทุนมีทุกปี หากนักลงทุนมีความรู้ว่าธุรกิจไหนดีย่อมมีโอกาสลงทุน แต่ไม่ใช่ทุกบริษัท ถ้าเป็นนักลงทุนที่ไม่มีความรู้ให้ยอมรับตัวเองว่าตลาดหุ้นแพงแล้วถือเงินสด แต่ถ้าเป็นนักลงทุนที่รู้ว่าธุรกิจไหนโตมากใน 3-5 ปี ควรเข้าไปซื้อเพราะเชื่อว่าโอกาสที่กำไรจะโตกว่านี้ 3-5 เท่ามี ถ้าไม่เผชิญภาวะวิกฤต
สำหรับมุมมองต่อหุ้นพลังงานทางเลือกนั้นควรศึกษาแต่ละบริษัทไป บางบริษัทมีแผนมั่นคงที่สามารถเป็นจริงได้ และให้ระมัดระวังการลงทุนเพราะมีทั้งตัวจริงและตัวปลอม สำหรับเศรษฐกิจดิจิทัล นพ.พงศ์ศักดิ์ เชื่อว่าต้องทำความเข้าใจในธุรกิจนี้จริงๆ จึงจะลงทุนได้







