
จุดอ่อน พล.อ.ประยุทธ์
ไม่น่าเชื่อว่า ในเวลาไม่นานนัก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะเปิดหน้าแสดงจุดอ่อนอย่างชัดเจนให้เห็น
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
ไม่น่าเชื่อว่า ในเวลาไม่นานนัก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะเปิดหน้าแสดงจุดอ่อนอย่างชัดเจนให้เห็น
นั่นคือการแสดงออกถึงอารมณ์ความไม่พอใจ เป็นภาวะแห่งจุดเดือดที่ต่ำ และชอบจะแจกยาฉุนในที่สาธารณะ
การให้สัมภาษณ์และแสดงออกของ พล.อ.ประยุทธ์ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นการตอกย้ำเรื่องดังกล่าวอย่างชัดเจน ทั้งสีหน้าท่าทาง คำพูด รวมถึงคำสบถที่แจกไม่อั้น
เหล่านี้คือจุดอ่อนที่ปรากฏออกมาทั้งสิ้น
แน่นอนทุกคนต้องมีอารมณ์ แต่สำหรับ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ
อย่าลืมว่า รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ และตัว พล.อ.ประยุทธ์ มาด้วยการยึดอำนาจ เป็นเส้นทางที่บิดเบี้ยวไปจากวิถีประชาธิปไตย
จริงอยู่ความตั้งใจของคณะทหารคือการรักษาความสงบ และนำพาประเทศสู่การปฏิรูป แต่ทว่าการแสดงออกของผู้นำอย่าง พล.อ.ประยุทธ์ หากไม่สามารถควบคุมอารมณ์ได้ จะกลายเป็นจุดอ่อนให้เกิดการขยายผลในทำนองเป็นผู้นำที่ควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ ควบคุมตัวเองไม่ได้ และสุ่มเสี่ยงต่อการถูกนำไปสร้างภาพว่าเป็นพวกที่ชอบใช้อำนาจแบบเบ็ดเสร็จ
หรือพูดง่ายๆ ว่า ถ้าอารมณ์ยังประมาณนี้ ส่อเค้าจะถูกสร้างภาพทำให้เผด็จการได้ง่ายๆ ไม่ว่าจะเป็นเผด็จการทางความคิด หรือรูปแบบอื่นใด
พล.อ.ประยุทธ์ จึงจำเป็นต้องควบคุมตัวเองให้มากกว่านี้ และควรจะระลึกถึงธรรมของราชา หรือธรรมของคนที่เป็นผู้นำ นั่นคือทศพิธราชธรรมให้จงดี
2 ใน 10 ของทศพิธราชธรรม ได้แก่ การไม่แสดงอาการโกรธ หรือ อักโกธัง กับ ความอดทน คือ ขันติ ที่จะเป็นการรักษาปกติภาวะของตนไว้ได้ ไม่ว่าจะถูกกระทบกระทั่งด้วยสิ่งอันเป็นที่พึงปรารถนาหรือไม่พึงปรารถนาก็ตาม มีความมั่นคงหนักแน่นไม่หวั่นไหว
อาการโกรธของ พล.อ.ประยุทธ์ จึงมีแต่ผลเสียตามมา ทั้งตัว พล.อ.ประยุทธ์ ทั้งตัวรัฐบาล ทั้งตัว คสช. และทั้งของประเทศนี้
นอกจากนั้นสิ่งที่จะตามมากลายเป็นความเสื่อม โดยเฉพาะเนื้อหา คำพูดของ พล.อ.ประยุทธ์ ได้มีการเผยแพร่ไปทั่วโลกทั้งเป็นตัวอักษร และวิดีโอภาพเคลื่อนไหว
และอาการโกรธของ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ใช่ครั้งแรกที่แสดงออกมา และไม่น่าจะมีใครตอบได้ว่าจะเป็นครั้งสุดท้ายหรือไม่
กำจัดจุดอ่อนออกไป ไม่ใช่เพื่อตัวเองแต่เพื่อสถานการณ์โดยรวม
ไม่มีประโยชน์ใดเลยที่จะกระทำเช่นที่ผ่านมา







