
อย่าขอไปที
เรียกได้ว่าเป็นปัญหาที่สร้างผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทยไม่น้อย
โดย...ชัยรัตน์ พัชรไตรรัตน์
เรียกได้ว่าเป็นปัญหาที่สร้างผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทยไม่น้อย กรณีนักท่องเที่ยวชายหญิงชาวยุโรปถูกสองเด็กขายพวงมาลัยดอกไม้ปาขวดใส่ศีรษะจนได้รับบาดเจ็บ
คาดการณ์ว่าเหตุน่าจะเกิดจากนักท่องเที่ยวปฏิเสธซื้อดอกไม้ และจากการตรวจสอบของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ เชื่อว่าเป็นวัยรุ่นขายดอกไม้บริเวณสนามหลวงอีกทั้งมีพฤติกรรมก้าวร้าว
แม้เหตุที่เกิดขึ้นจะไม่ถึงขั้นให้นักท่องเที่ยวหญิงรายนี้รับอันตายถึงแก่ชีวิต แต่อย่าลืมว่าส่งผลร้ายต่อชาติอย่างยิ่งยวด หลังรัฐบาลมีนโยบายรณรงค์ให้นักท่องเที่ยวเข้ามาในประเทศมากขึ้น เพื่อสร้างรายได้ให้กับประชาชนคนไทย ทว่า กลับเกิดปัญหาลักษณะนี้มาตลอดตั้งแต่ปี 2557 เรื่อยข้ามมาถึงปี 2558 โดยย้อนหลังกลับไปเมื่อเช้ามืดวันที่ 15 พ.ย. สามวัยรุ่นเลือดร้อนใช้จอบฟันศีรษะนักท่องเที่ยวชาวเยอรมันพร้อมเพื่อนชาวไทยจนได้รับบาดเจ็บสาหัส บริเวณริมสวนสาธารณะหนองประจักษ์ศิลปาคม เขตเทศบาลนครอุดรธานี เพียงแค่มองหน้า
ทำให้สื่อจากเมืองผู้ดี “เดลี่ มิร์เรอร์” หยิบยกเรื่องดังกล่าวไปนำเสนอ จนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตามมาในทิศทางอันเป็นลบต่อประเทศไทยถึงความไม่ปลอดภัยของนักท่องเที่ยว
เช่นเดียวกับคดีฆ่าสองนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษบนเกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี จนกลายเป็นประเด็นฮือฮาไปทั่วโลก ทำให้หลังเกิดเหตุการณ์ กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร ที่เพิ่งรับเก้าอี้ รมว.ท่องเที่ยวฯ ต้องลงพื้นที่พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อรับฟังความเห็นของกลุ่มผู้ประกอบการและทุกภาคส่วนในการหาแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอย และเรียกความเชื่อมั่นประเทศไทยกลับคืนมาโดยเร็ว แต่จนถึงวินาทีนี้ปัญหาดังกล่าวยังมีออกมาให้เห็นอยู่เป็นระยะๆ
จึงถึงเวลาที่หน่วยงานเกี่ยวข้องทั้งหมดควรหารือแบบจริงจังให้เรื่องเหล่านี้ลดลงหรือหมดไป เพื่อฟื้นความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยวกลับตามเดิม อย่าสักแต่ขอผ่านไปที เพราะไม่อย่างนั้น ทุบโต๊ะ...ให้มือถลอก ก็มีเรื่องนี้เกิดขึ้นอีก







