
กวาดล้างขอทาน
กลายเป็นประเด็นให้ทางการไทยต้องกลับมาทบทวนการทำหน้าที่
โดย...ชัยรัตน์ พัชรไตรรัตน์
กลายเป็นประเด็นให้ทางการไทยต้องกลับมาทบทวนการทำหน้าที่ หลังปรากฏข่าวเจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดชัยนาทนำกำลังเข้าจับกุมขอทานในเขตเทศบาลเมืองชัยนาท ซึ่งพบเป็นชายชาวต่างชาติ สัญชาติจีน ทราบชื่อภายหลัง คือ ฉู่เป่าฉง ชาวมณฑลเหอหนาน มือพิการทั้งสองข้าง
จากการตรวจสอบเจ้าหน้าที่พบเงินสดเป็นธนบัตรไทยและเหรียญต่างๆ รวมได้ 21,540 บาท อีกทั้งเมื่อค้นที่พักยังพบเงินไทยอีกเป็นจำนวนมาก ก่อนนำตัวไปดำเนินการตามกฎหมาย
หากมองเรื่องนี้ผิวเผินคงไม่มีอะไรมากมาย ก็แค่คนต่างชาติเข้ามาเป็นขอทานทั่วไป เหมือนกรณีนักท่องเที่ยวชายขาโตมานั่งขอทานบริเวณตรอกข้าวสาร ก่อนถูกผลักดันออกนอกประเทศ ซึ่งเรื่องลักษณะนี้ไม่ใช่เกิดขึ้นครั้งแรก เพราะหากเท้าความย้อนหลังกลับไปเมื่อ 8 ปีที่แล้ว ก็มีประเด็นชายชาวจีนปลอมตัวเป็นพระมานั่งขอทาน พร้อมทั้งนำวัตถุมงคลเร่ขายตามย่านที่มีประชาชนพลุกพล่าน บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี สาขาสำโรง เมื่อวันที่ 28 ม.ค. 2550
โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการเปรียบเทียบปรับ ฐานเรี่ยไรโดยไม่มีใบอนุญาต และปล่อยตัวไปภายหลัง ทำให้รู้สึกว่าตัวบทกฎหมายไทยนั้น แท้จริงแล้ว “เข้มแข็ง” หรือ “อ่อนแอ”
จากการสำรวจของ พม. พบว่ามีขอทานในไทยมากกว่า 5,000 ราย ส่วนใหญ่เป็นขอทานเด็กจากกัมพูชาและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ซึ่งมาจากปากีสถาน พม่า จีน และญี่ปุ่น
เช่นนี้แล้วควรถึงแก่เวลาที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งหาทางแก้ไขจริงจังเพื่อให้ประเทศได้เจริญทัดเทียมกับบ้านเมืองที่พัฒนาแล้ว
ประการสำคัญควรมีกฎหมายรุนแรงและเข้มงวด เพื่อป้องกันกลุ่มคนเหล่านี้เข้ามาใช้ประเทศไทยเป็นฐานเพื่อกอบโกยผลประโยชน์
ไม่เช่นนั้น ทุบโต๊ะ...เลยว่า เดี๋ยวก็มีมาให้เห็นเรื่อยๆ







