
สุดยอดโลก
บรรดานักเศรษฐศาสตร์ หรือผู้ที่ดูแลนโยบายเศรษฐกิจทั้งโลก ต่างก็ถกเถียงกันอยู่เสมอว่า ยามที่เศรษฐกิจซบเซาควรจะใช้นโยบายการเงิน หรือนโยบายการคลังเข้ามาแก้ไข
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
บรรดานักเศรษฐศาสตร์ หรือผู้ที่ดูแลนโยบายเศรษฐกิจทั้งโลก ต่างก็ถกเถียงกันอยู่เสมอว่า ยามที่เศรษฐกิจซบเซาควรจะใช้นโยบายการเงิน หรือนโยบายการคลังเข้ามาแก้ไข
นโยบายการเงิน อำนาจอยู่ที่ธนาคารกลางของแต่ละชาติ โดยมีเครื่องมือสำคัญก็คือการปรับเปลี่ยนอัตราแลกเปลี่ยน การขึ้นหรือลดอัตราดอกเบี้ย การเพิ่มหรือลดปริมาณเงินในระบบเศรษฐกิจ
ส่วนนโยบายการคลัง อำนาจอยู่ที่กระทรวงการคลัง เครื่องมือสำคัญก็คือการตั้งงบประมาณแผ่นดิน การขึ้นหรือลดภาษี และการเพิ่มหรือลดหนี้สาธารณะ
และที่ถือเป็นแนวคิดหลักด้านนโยบายการคลังก็คือ เศรษฐศาสตร์แบบเคนส์ ที่มี จอห์น เมย์นาร์ด เคนส์ นักเศรษฐศาสตร์ชื่อก้องโลก เป็นต้นคิด โดยมีหลักการสำคัญก็คือการแก้ปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำต้องใช้การลงทุนภาครัฐเข้ามาแก้ไข เพื่อทำให้เกิดการลงทุน การจ้างงาน
สำหรับวิกฤตเศรษฐกิจครั้งล่าสุดของโลก โดยมีจุดเริ่มต้นที่อเมริกา หรือที่เรียกว่าวิกฤตแฮม เบอร์เกอร์ รัฐบาล ประธานาธิบดี บารัก โอบามา พยายามแก้ไขปัญหาโดยเน้นการลงทุนภาครัฐ อัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบผ่านโครงการขนาดใหญ่ เป็นการเดินตามแนวคิดเศรษฐศาสตร์แบบเคนส์
โครงการต่างๆ เหล่านี้ อาทิ การสร้างรถไฟฟ้าหัวกระสุนให้กระจายไปทั่วประเทศ รวมไปถึงการลดภาษีสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก ลดภาษีสำหรับผู้ซื้อบ้าน พัฒนาโครงการพลังงานสะอาด ฯลฯ
แต่การดำเนินนโยบายการคลังตามแนวเศรษฐศาสตร์แบบเคนส์ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ โดยอัตราการว่างงานยังสูง เศรษฐกิจยังโตต่ำกว่าเป้าหมาย
สุดท้าย ธนาคารกลางสหรัฐต้องใช้มาตรการอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ หรือ คิวอี (QE-Quantitative Easing) จนค่าเงินดอลลาร์อ่อนตัวลงและเศรษฐกิจก็เริ่มฟื้นตัว
จากนั้น คิวอี กลายเป็นต้นแบบให้ประเทศอื่นๆ เช่น สหภาพยุโรป หันมาใช้เช่นกัน
การแก้ปัญหาเศรษฐกิจของบรรดามหาอำนาจทั้งหลาย แสดงให้เห็นว่า การใช้ยาขนานเดียว โดยยึดการลงทุนภาครัฐ ตามแนวเศรษฐศาสตร์แบบเคนส์ไม่เพียงพอเสียแล้ว และจำเป็นต้องใช้นโยบายการเงินเข้ามาร่วมด้วย เพื่อทำให้ค่าเงินของตัวเองอ่อนค่าลง
และสำหรับประเทศเรา ถ้ายังหวังการลงทุนภาครัฐมาช่วยแก้ปัญหาเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียวละก็
คงต้องยกนิ้วให้ว่าเป็นสุดยอดของโลกจริงๆ







