อย่าปล่อยจนร่อแร่

วันที่ 26 ม.ค. 2558 เวลา 09:12 น.
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย

อาการเงียบเหงาทางเศรษฐกิจปรากฏขึ้นอย่างต่อเนื่อง และทำท่าจะยืดเยื้อไปเรื่อยๆ

ประเด็นสำคัญก็คือเงินหายไป

และเงินก้อนใหญ่สุดที่จะเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจก็คือเงินจากการส่งออก โดยตัวเลขการส่งออกของปีที่แล้ว เห็นภาพชัดเจนว่าไม่ดีเอาเลย

เมื่อการส่งออกไม่ดี เงินก็ไม่เข้าประเทศ

เมื่อขาดเงินเข้าประเทศก็ไม่มีเงินหมุนเวียน เพราะการส่งออกมีอิทธิพลถึง 70% ของขนาดเศรษฐกิจ

และข่าวร้ายก็คือปีนี้การส่งออกทำท่าจะมีปัญหาต่อเนื่องอีก

ปกติหากปีใดการส่งออกมีปัญหาจะทำให้เศรษฐกิจฟุบตาม เมื่อเศรษฐกิจฟุบค่าเงินบาทก็จะต้องอ่อนตัวลงตามสภาพ และเมื่อค่าเงินบาทอ่อนก็จะทำให้การส่งออกดีขึ้น เมื่อการส่งออกดีขึ้น เศรษฐกิจก็จะฟื้นตัว

ทั้งหมดเป็นเหมือนกับมือที่มองไม่เห็น เข้ามาปรับสภาวะเศรษฐกิจให้เป็นไปตามธรรมชาติ

แต่ปีนี้มันไม่เป็นเช่นนั้นเพราะถึงแม้การส่งออกจะไม่ดี เศรษฐกิจไม่ฟื้น ค่าเงินบาทดันไม่อ่อนตัวลง

มิหนำซ้ำค่าเงินบาทดันแข็งขึ้นเรื่อยๆ เสียด้วย

สาเหตุสำคัญก็เนื่องจากบรรดามหาอำนาจทางเศรษฐกิจไม่ว่าจะเป็นสหรัฐอเมริกา หรือยุโรป ต่างดำเนินมาตรการที่ีเรียกว่า คิวอี หรือการเพิ่มปริมาณเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ

สิ่งที่ตามมาก็คือค่าเงิน เงินดอลลาร์ หรือเงินยูโร จะอ่อนตัวลง

เมื่อค่าเงินเหล่านี้อ่อนตัวลง ค่าเงินสกุลอื่นๆ  อาทิ ค่าเงินบาทก็จะแข็งขึ้น จากการที่มีเงินไหลบ่าเข้าประเทศ ซึ่งขัดแย้งกับสภาพเศรษฐกิจที่ควรจะเป็นอย่างสิ้นเชิง

และการที่ค่าเงินบาทแข็งก็จะทำให้การส่งออกมีปัญหา ลามไปถึงภาพรวมทางเศรษฐกิจอีกเช่นเคย

สภาพความบิดเบือนทางเศรษฐกิจเห็นได้ชัดจากตลาดหุ้นที่คึกคัก เพราะสภาพคล่องที่มากมาย แต่เศรษฐกิจที่แท้จริงกลับเงียบเหงา ซบเซาอย่างเห็นได้ชัด

การดำเนินนโยบายเศรษฐกิจในปีนี้ จึงจำเป็นต้องพิจารณานโยบายการเงินควบคู่กับนโยบายการคลังด้วย อันได้แก่ เรื่องอัตราดอกเบี้ย อัตราแลกเปลี่ยน และการอัดฉีดปริมาณเงินเข้าสู่ระบบ

ขืนปล่อยให้เงินบาทแข็งไปเรื่อยๆ คงจอดไม่ต้องแจว

และเทวดาหน้าไหนก็ช่วยไม่ได้

บทความแนะนำ