
ถึงขั้นมึน
งานนี้ต้องถึงกับมึนในประเด็นการยื่นฟ้องคดีอาญา ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในโครงการรับจำนำข้าวที่ยืดเยื้อนาน
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
งานนี้ต้องถึงกับมึนในประเด็นการยื่นฟ้องคดีอาญา ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในโครงการรับจำนำข้าวที่ยืดเยื้อนาน
เพราะข่าวที่ออกมาตั้งแต่เย็นวันอังคารก็คือ คณะทำงานร่วมระหว่างอัยการสูงสุดกับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติให้ฟ้องร้องเรียบร้อย
แต่ทว่าอีกวันถัดมาคือเมื่อวานนี้ วุฒิพงศ์ วิบูลย์วงศ์ รองอัยการสูงสุด ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานพิจารณาสำนวนคดีร่วมกับ ป.ป.ช. ยืนยันว่า ยังไม่ได้ฟ้อง
นอกจากนั้น วุฒิพงศ์ยังไม่รู้ด้วยว่ามีการประชุมเรื่องดังกล่าว ทำไมไม่มีการเชิญมา
วุฒิพงศ์ยืนยันว่าคณะทำงานยังไม่สรุปเรื่อง โดยอยู่ขั้นตอนรวบรวมข้อมูลพยานหลักฐานเพิ่มเติมที่ไม่สมบูรณ์ สอบพยานเพิ่มเติม 2 ปาก รวมหลักฐานต่างๆ ที่ฝ่าย ป.ป.ช. ขอจากหน่วยงานราชการมาให้ครบถ้วน
ขณะที่อีกฝ่าย สรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการ ป.ป.ช. ยืนยันว่า คณะทำงานร่วม ป.ป.ช.กับอัยการสูงสุด มีมติไปเรียบร้อย ให้ส่งฟ้อง
เพราะการประชุมคณะทำงานร่วมฯ นัดสุดท้าย มีตัวแทนของป.ป.ช.และอัยการสูงสุดอยู่ในที่ประชุม 13 คน ถือว่าครบองค์ประชุม เป็นตัวแทน ป.ป.ช. 10 คน และอัยการสูงสุด 3 คน
ข้อตกลงในคณะทำงานก่อนหน้านี้ว่า การประชุมไม่จำเป็นต้องมีตัวแทนคณะทำงานเข้าร่วมประชุมครบทุกคน ขอให้มีครบองค์ประชุมก็พอ
นอกจากนั้น ก่อนที่จะมีการประชุมคณะทำงาน ฝ่ายเลขาฯ ของป.ป.ช.ได้ทำหนังสือแจ้งให้คณะทำงานฝ่ายอัยการสูงสุดทราบทุกคนแล้วว่า จะมีการประชุมคณะทำงานร่วมฯ แต่ถึงเวลาประชุม กลับมีตัวแทนฝ่ายอัยการสูงสุดมาประชุมแค่ 3 คน
ที่ประชุมเห็นพ้องว่า ขณะนี้ความไม่สมบูรณ์ในสำนวนคดี ได้มีการสอบพยานบุคคลหาพยานหลักฐานต่างๆ จนครบถ้วนหมดแล้ว จึงมีมติให้ส่งฟ้องต่ออัยการสูงสุดต่อไป
ส่วนการที่ฝ่ายคณะทำงานอัยการสูงสุด ระบุว่า ยังไม่ทราบเรื่องการสรุปเรื่องการส่งฟ้องนั้น สรรเสริญ กล่าวว่าก็ไม่รู้ ขั้นตอนการประสานงานของตัวแทนฝ่ายอัยการสูงสุด
ฟังดูทั้งสองฝ่าย เห็นทีถึงขั้นมึนทั้งบาง
สุดท้ายก็มีการแถลงจากรองโฆษกอัยการสูงสุดว่า ทุกอย่างยังไม่ยุติ และต้องมีการประชุมร่วมอีกครั้ง
งานนี้ แค่ตามข่าวให้ถูกต้องก็สับสนจริงหนอ
น่าเหนื่อยใจจริงๆ







