posttoday
ประเทศไทยของคนรุ่นใหม่ ตอนที่ 1

ประเทศไทยของคนรุ่นใหม่ ตอนที่ 1

14 มกราคม 2558

โดย...ภาววิทย์ กลิ่นประทุม ที่ปรึกษาการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน)

โดย...ภาววิทย์ กลิ่นประทุม ที่ปรึกษาการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน)

วันนี้เขียนเรื่องประเทศไทยในมุมคนรุ่นใหม่บ้าง ..ครับ เริ่มจากผมเกิดในประเทศประชาธิปไตยแบบไทยๆ คือ มีสิทธิ เสรีภาพ ตามชนชั้น ..แม่เจ้า !! มันคืออะไร สิทธิเสรีภาพตามชนชั้น

จะว่าผมโชคดี ที่ได้อยู่หลายประเทศ เลยสามารถเปรียบเทียบความแตกต่างของประเทศต่างๆ ว่าดีและแย่ต่างกัน ..บอกตรงๆ นะ ประเทศไทยถ้าใครรู้วิธีอยู่ มันสบายที่สุดในในโลก ฟันธง

ตอนผมเด็กๆ ผมคิดเสมอว่า ผมต้องไปอยู่ต่างประเทศ ..ไม่รู้ล่ะ ประเทศไหนก็ได้ ผมอยากไปอยู่ต่างประเทศ ส่วนนึงอาจจะเห็นฝรั่งผมทองมันสวยดี ..ฮ่า ฮ่า ..แต่เอาเข้าจริงนะ ฝรั่งสวยแป๊ปเดียว ถ้าอายุพ้นเลข 2 ไปแล้ว ตัวใครตัวมัน ..เขาถึงใช้ชีวิตมันส์สะบัดก่อนอายุ 20 ปี ..ซึ่งต่างกับคนไทยที่ก่อนอายุ 20 ปี มักจะเป็นผ้าพับไว้ ..ผมยังจำได้ อิสรภาพในชีวิตของผม เริ่มขึ้นที่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์รังสิต .. “แม่ถามว่า มหาวิทยาลัยก็ไม่ได้ไกล ต้องอยู่หอด้วยเหรอลูก ...ครับแม่ มันจำเป็นจริงๆ ..อิ อิ” ..นั่นแหละ อิสรภาพที่เริ่มต้นของชีวิตเด็กไทยอย่างผม ซึ่งบอกเลย โคตรต่างกับฝรั่ง

ตอนผมอยู่มัธยม 5 ผมโชคดีที่สอบติด AFS ..ตอนนั้นก็สมใจอยู่อยากอยู่ต่างประเทศ ก็ไปเลย เป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนหนึ่งปี ที่ออสเตรเลีย ..ที่เด็ดของ AFS หลายอย่างเล่าไม่ได้ เพราะมัน Dark ..แต่ที่เล่าได้คือ คุณได้เจอชายหญิงจากทั่วทุกมุมโลก คุณจะทำอย่างไร ...นิสัยของคนแต่ละชาติ มันเปล่งออกมาชัดเจน ..อย่างคนอเมริกา มันโคตร Self เลย คือ มันคิดว่ามันเป็นจ้าวโลก หรือ อย่างพวกยุโรปก็จะติสๆ มีโลกของมันเอง ...พวกบ้าๆ ก็พวกลาติน พวกนี้สาวอยากค้นหามัน เพราะมันออกแนวบู๊ล้างผลาญ แล้วด้วยการอบรมอะไรบางอย่าง โลกมันสุดติ่งในแบบของมัน ..ใช่!! เด็กเอเชียอย่างผม สุดท้ายก็จะสนิทกับพวกเด็กญี่ปุ่น เกาหลี (ต้องวงเล็บนิดนิงว่า ยุคเกาหลีที่ผมรู้จักใน AFS ยังไม่ใช่ยุค Girl Generation นะ ..เกาหลีจริงๆ ไม่ใช่เกาหลี Boy Band อย่างที่เราเห็น คือ มันเกาหลี แบบเกาหลี ไม่มีศัลยกรรม ..คุณคิดเอาเองละกัน)
เฮ้ย!! เล่าเรื่องประเทศไทยของฉัน แต่ทำไมวกไปเรื่อง AFS ...ถูกต้อง ต่อไปประเทศไทยก็จะเหมือน AFS คือ สังคมที่ Global มีการเดินทางรู้จักคน หลากหลาย ..บางคนอาจไม่ชอบฝรั่ง แต่ชอบ AEC ก็ว่ากันไป ..แต่พูดง่ายๆ ว่า เมืองไทยยุคต่อไป เราจะกลายเป็นประเทศเปิด ที่คนจากทั่วทุกมุมโลก ต้องการมาค้นหา..จริง !! ไม่ได้โม้ วันนี้คนต่างชาติเริ่มรู้จักคนไทย รู้จักเมืองไทย พอได้มาก็ติดใจ เพราะ มันตอบโจทย์เกือบทุกกลุ่ม

เรื่องแรกเลยคือ เรื่อง ค่าครองชีพ ..วันนี้เรามีสิ่งที่เป็นเสน่ห์อย่างมากคือ Street Food ..ฝรั่งมานี่ งง ครับ Restaurant ของยู อยู่บนฟุตบาตนี่เลยเหรอ ..ผมบอกใช่ ประเทศไอนี่ “ใครใคร่ค้าอะไร ก็ค้าได้หมด ที่ไหนก็ได้ เวลาอะไรก็ได้” ..อย่างงี้ถ้าเป็นออสเตรเลีย แค่ร้านคุณจะเอาเก้าอี้มาตั้งหน้าร้าน ยังต้องขอ Council ขอเขต แล้วต้องส่ง Plan วาดไปให้ดูว่าจะวางโต๊ะอย่างไร จากนั้น ต้องเสียค่าวางโต๊ะ ..แล้วที่เด็ดไปกว่านั้น ไอ้ตัว Plan เอง ผมต้องจ้างคนเขียนแบบที่มี License คือ ทุกอาชีพในออสเตรเลียนี่ ทุกอย่างคุณต้องขึ้นทะเบียน

ถ้าคุณอยากเป็นกรรมกรในออสเตรเลีย คุณต้องขึ้นทะเบียน สอบ License ให้ได้ แล้วก็จะมีใบอนุญาต ให้คุณทำงานกรรมกรได้ ..อย่างกรรมกรเขาแบ่งประเภทเลย เช่น Carpenter ทำเกี่ยวกับไม้ ..Builder ทำเกี่ยวกับก่อสร้าง ..Brick Layer ทำปูอิฐอย่างเดียว ..แต่ขอโทษนะ กรรมกรแต่ละประเภทของเขา ถ้าเก่ง รวยกว่าผู้บริหารบ้านเราอีกครับ ..อย่างบ้านเราถ้าคุณเป็นกรรมกร ไม่ต้องเดาเลย ฟันธงว่า จน ..แต่ต่างประเทศเขาไม่ได้แบ่งชนชั้นตามอาชีพเหมือนบ้านเรา

จริงๆ สิ่งเหล่านี้มันก็เป็นเสน่ห์ที่แตกต่างกันไปของแต่ละประเทศ ขึ้นกับว่า เราจะเอาจุดนั้นๆ มาเรียนรู้และปรับใช้อย่างไร

ตอนที่ผมไปออสเตรเลีย ผมทดลองอาชีพแรกเลย สมัยเป็นนักศึกษา ก็คือ อาชีพเด็กเสริฟ ..ใช่!! ยอดฮิต ใครๆก็ทำกัน เพราะ มันง่ายดี ..ถ้าอยากทำงานเป็นระบบก็ทำตามแม๊คโดนัลด์ หรือ ร้าน Franchise ..ส่วนถ้าอยาก Dark รับเงินแบบ Cash in Hand ก็ตามร้านอาหารได้เลย

ระบบใต้โต๊ะเริ่มที่นี่ ..แต่ลองสังเกตดูนะ อะไรที่มีระบบใต้โต๊ะเยอะๆ อุตสาหกรรมนั้นจะมีคนตกเป็นเหยื่อมาก มีคนเกี่ยวข้องจำนวนมาก รวยยาก แต่คนที่รวยจะคุมทั้งหมด ..พูดแล้วเหมือนธุรกิจมาเฟีย อะไรประมาณนั้น

อย่างอุตสาหกรรมร้านอาหารในต่างประเทศเป็นสิ่งที่ “คนในอยากออก คนนอกอยากเข้า” เพราะมันดูเหมือนทำง่ายที่สุด และมันก็เป็นเช่นนั้น มันทำง่าย เริ่มง่าย แต่ฟันธงว่ารวยยาก เพราะถ้าพูดเรื่อง Demand / Supply จะบอกว่า ธุรกิจร้านอาหารนี้ Supply เพิ่มเข้ามาเรื่อยๆ ใครไม่รู้จะทำอะไร ก็เปิดร้านอาหาร ..จริงๆ ก็ตรงกับบ้านเรา ถ้าวันนี้คุณไปตามเด็กตามโรงเรียนให้เลือกอาชีพ เชื่อไหมเกินครึ่ง ทำธุรกิจเกี่ยวกับอาหาร

คนนี้ขายขนมครก คนนี้ขายข้าวแกง คนนี้ขายก๋วยเตี๋ยวเรีอ คนนี้ขายกาแฟ ..จะบอกว่า สิ่งแรกที่อยากให้คนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้คือ เรื่องของ Demand / Supply ..แปลกมากนะ ตั้งแต่เราเรียนจากอนุบาล จนถึงปริญญาเอก แตะเรื่อง Demand / Supply น้อยมาก ..ทั้งที่เรื่องนี้กำหนดความสำเร็จของทุกอย่าง ทุกอาชีพ เลยก็ว่าได้
ผมทิ้งโจทย์ให้คิดละกันว่า วันนี้อะไรที่ Supply น้อย นั่นแหละ คือ โอกาสของคน โอกาสของเมือง โอกาสของธุรกิจ ..ไว้คราวหน้ามาโซโลกันต่อ !!

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค