
ด่านหฤโหด (2)
กล่าวถึงหลักการใหม่เกี่ยวกับระบอบการเมือง นักการเมือง สถาบันการเมือง 13 ข้อ ที่จะมีการเขียนลงในรัฐธรรมนูญ
โดย...ขำ เคืองใจ
กล่าวถึงหลักการใหม่เกี่ยวกับระบอบการเมือง นักการเมือง สถาบันการเมือง 13 ข้อ ที่จะมีการเขียนลงในรัฐธรรมนูญ ซึ่งผมสรุปประเด็นสำคัญๆ นำเสนอทุกท่านต่อจากฉบับเมื่อวันที่ 6 ม.ค. 2558 ครับ
นอกจากสร้างพลังให้พลเมืองตรวจสอบผู้เข้าสู่อำนาจมากขึ้น
ประเด็นที่มาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง
เป็นที่ทราบตามข่าวแล้วนะครับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามรัฐธรรมนูญใหม่จะใช้สูตร “ไส้กรอกเยอรมัน” หรือสูตรผสมมีไม่เกิน 480 คน
วิธีใหม่นี้สะท้อนเจตนารมณ์ที่แท้จริงของประชาชน และทำให้คะแนนเสียงทุกคะแนนของประชาชนมีความหมายอย่างแท้จริง
กล่าวในชั้นนี้ผู้สมัคร สส.ระบบเขตที่ได้คะแนนลำดับ 2, 3 และ 4 ได้ลุ้นเข้าสภาเหมือนกัน
มาที่วุฒิสภาหรือสภาสูงกันบ้าง กำหนดจำนวนไม่เกิน 200 คน
รอบนี้เขาต้องการให้สภาสูงมีบุคลากรหลากหลายวิชาชีพทั้งผู้เคยดำรงตำแหน่งระดับสูงสุดของอำนาจทั้งสามโดยไม่เป็นสมาชิกพรรคการเมือง
แน่นอน อดีตนายกฯ อดีตประธานสภา อดีตประธานศาลฎีกา พาเหรดเข้าสภา
ทั้งผู้เคยดำรงตำแหน่งระดับสูงในภาครัฐ โดยเฉพาะอดีตปลัดกระทรวงหรือเทียบเท่าและอดีต ผบ.เหล่าทัพ อดีตอัยการสูงสุด ซึ่งเลือกกันเองตามจำนวนที่กำหนด
ยังมีในส่วนขององค์กรต่างๆ ให้เลือกกันเองตามจำนวนที่รัฐธรรมนูญกำหนด อาทิ ผู้แทนสหกรณ์การเกษตร ผู้แทนสหภาพแรงงาน ผู้แทนสภาองค์กรชุมชน สมัชชาพลเมือง
มาดูที่อำนาจ สว.กันบ้าง จากอดีตแค่เป็นนายไปรษณีย์ประทับรับรองกฎหมาย ขณะที่อำนาจใหม่ สว.สามารถเสนอกฎหมายได้ด้วย
ต้องขีดเส้นใต้กันเลย กำหนดหน้าที่ตรวจสอบประวัติผู้ที่นายกฯ จะแต่งตั้งให้เป็นรัฐมนตรีและตรวจสอบประวัติหัวหน้าส่วนราชการทุกส่วนและเปิดเผยให้สาธารณะทราบ
โดยเฉพาะโผ ครม.นั้น ก่อนที่นายกฯ จะนําชื่อรัฐมนตรีขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย นายกฯ ต้องให้วุฒิสภาตรวจสอบประวัติและเปิดเผยให้ประชาชนทราบก่อนอย่างน้อย 2 สัปดาห์
สว.ยังมีหน้าที่ส่งไม้ให้สมัชชาคุณธรรมแห่งชาติตรวจสอบจริยธรรมของรัฐมนตรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และข้าราชการระดับสูงและองค์กรอิสระ หากผิดจริยธรรมก็ถอดถอนได้
เสนอถอดถอนนายกฯ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา และข้าราชการระดับสูง และลงมติร่วมกับสภาผู้แทนฯและใช้คะแนนเสียงกึ่งหนึ่งของ 2 สภา
หลับตาฝันเห็นรัฐบาล และสภาชุดปี’59 นอกจากได้คนดีมีคุณธรรม
ต้องทำงานด้วยความระมัดระวัง สำนึกต่อความรับผิดชอบอย่างสูงยิ่ง







