posttoday
ลดภาษีเติมเงินในกระเป๋า

ลดภาษีเติมเงินในกระเป๋า

05 มกราคม 2558

เข้าที่เข้าทาง เริ่มทำงานวันแรกในวันปีใหม่

โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย

เข้าที่เข้าทาง เริ่มทำงานวันแรกในวันปีใหม่

แน่นอนที่สุดปีใหม่ไม่มีใครมองอนาคตเศรษกิจจะสดใส พลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือเนื่องจากปัจจัยลบต่างๆ ยังคงอยู่ แม้จะมีความพยายามกระตุ้นด้วยมาตรการต่างๆ ทั้งการลงทุนภาครัฐ หรือการส่งเสริมการลงทุน

และสิ่งที่รัฐบาลควรจะทำก็คือการสร้างบรรยากาศที่น่าอภิรมย์มากขึ้นกว่าเดิม

เริ่มแรกต้องเลิกพูดเกี่ยวกับการขึ้นหรือเก็บภาษี ไม่ว่าจะเป็นภาษีมรดก ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง หรือแม้กระทั่งการขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม

เพราะการพูดแต่การขึ้นภาษี จะทำให้บรรยากาศในการจับจ่ายใช้สอย รวมถึงการลงทุนห่อเหี่ยว โดยที่คึกคักเห็นแต่จะมีแต่การหาทางเตรียมวางแผนหลีกเลี่ยงภาษีกันเท่านั้น

จากนั้นสิ่งที่ควรทำก็คือการลดภาษี โดยทำตรงกันข้ามกับที่เคยทำมา

หรือพูดง่ายๆ ว่าแทนที่จะดูดเงินในกระเป๋าของชาวบ้าน  ก็ให้ไปเพิ่มเงินในกระเป๋าแทน

การลดภาษี อย่าไปทำภาษีแบบกะปริบกะปรอยที่จับต้องไม่ได้ และต้องทำให้ทั่วถึง ฝนต้องตกทั่วฟ้า

เอาทั้งที ก็ต้องเรียกเสียงฮือฮา โดยมีผู้เสนอความคิดที่น่าพิจารณาไว้ว่า ควรลดภาษีมูลค่าเพิ่มไปเลย

จะลด 1% หรือ 2% ก็ว่ามา

จริงอยู่การลดภาษีมูลค่าเพิ่ม 1%  จะทำให้เงินงบประมาณหายไปประมาณ 6-7 หมื่นล้านบาท แต่สภาวะที่เป็นอยู่รัฐบาลมีเงินทางอื่นมาชดเชยได้พอ

เงินที่ว่าก็คือเงินจากภาษีน้ำมัน

ในช่วงที่ราคาน้ำมันลดต่ำลง รัฐบาลก็ไม่จำเป็นต้องลดราคาน้ำมันขายปลีกลงมาอีก แต่ให้ใช้วิธีเก็บภาษีน้ำมันให้มากขึ้นและเอาเงินที่ได้ไปลดภาษีมูลค่าเพิ่ม

อย่างน้ำมันดีเซล การปรับขึ้นภาษีลิตรละ 1 บาท จะมีเงินไหลเข้า 1.8-2 หมื่นล้านบาท  ถ้าขึ้นลิตรละ 3 บาท ก็ลดภาษีมูลค่าเพิ่มได้แล้ว 1%

การลดภาษีมูลค่าเพิ่มอาจทำเพียงแค่ช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น เช่น 6 เดือน หรือ 1 ปี ผูกติดกับภาวะราคาน้ำมัน  โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อกระตุ้นการใช้จ่าย กระตุ้นบรรยากาศความคึกคักขึ้นมา เป็นการทำทีเดียว แต่ประชาชนได้ผลดีอย่างพร้อมเพรียง

กล้าไหม ที่จะคิดอีกแบบ ทำอีกด้าน

จะได้ออกจากกับดักแห่งความงวยงงกันสักที

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI