posttoday
มองต่างมุมตลาดหุ้นไทย

มองต่างมุมตลาดหุ้นไทย

08 ธันวาคม 2557

โดย...พิชัย เลิศสุพงศ์กิจ, CFP, ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บล.ธนชาต จำกัด (มหาชน)

โดย...พิชัย เลิศสุพงศ์กิจ, CFP, ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บล.ธนชาต จำกัด (มหาชน)

ตลาดหุ้นไทยจ่อแนวต้าน 1600 จุด แม้หุ้นกลุ่มพลังงานถูกกดดันจากราคาน้ำมันดิบที่ร่วงแรง แต่กลุ่มที่มองบวกยังเชื่อว่า จะผ่านแนวต้านนี้ และมีโอกาสไปจบรอบนี้แถว 1650 จุด กลุ่มนี้เชื่อว่า หุ้นไทยจะแกว่งขึ้นตามหุ้นโลกที่เดินหน้าสร้างสถิติใหม่ครั้งแล้วครั้ง โดยประเมินว่า หุ้นไทยจะได้ปัจจัยหนุนดังต่อไปนี้

ประการแรก สภาพคล่องในระบบการเงินโลกยังสูง แม้เฟดได้ยุติการทำ QE ลงไป แต่ธนาคารกลางสำคัญ นำโดยยุโรป (ECB) ญี่ปุ่น และจีน ยังคงผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติม

บอนด์ยิลทั่วโลกที่ลดลงมากในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา ยังผลให้เกิดการปรับพอร์ตโยกเงินเข้าตลาดหุ้นทั่วโลกเพิ่มเติม

ล่าสุด มีกระแสการคาดการณ์ว่า ECB อาจกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมในการประชุมนโยบายการเงินเดือนม.ค.ปีหน้า หนุนให้ตลาดหุ้นยุโรปดีดขึ้นถึง 1.8% เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา

ประการที่ 2 น้ำมันดิ่งยาวราว 40% จากจุดสูงสุดช่วงกลางปีนี้ ช่วยหนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและไทย

กรณีเศรษฐกิจไทย ดุลการค้าจะดีขึ้นเพราะไทยนำเข้าน้ำมันสุทธิ เงินเฟ้อจะลดลง ช่วยให้ธปท.ตรึงอัตราดอกเบี้ยให้อยู่ในระดับต่ำได้ยาวนานยิ่งขึ้น ขณะที่ต้นทุนการผลิตและการขนส่งจะลดลง น้ำมันถูกยังช่วยหนุนกำลังซื้ออีกทางหนึ่งด้วย

สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา น้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนม.ค. ลงมาปิดที่ 69.07 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังจาก โอเปคมีมติไม่ลดเพดานการผลิตน้ำมัน  ขณะที่ซาอุดิอาระเบียประกาศลดราคาน้ำมันที่เสนอขายให้กับลูกค้าในเอเชียลงอีก
น้ำมันดิ่งยาว ยังช่วยลดแรงเสียดทานทางการเมืองจากการปรับโครงสร้างราคาพลังงานในประเทศให้สะท้อนกลไกตลาด ซึ่งจะช่วยลดภาระภาครัฐและ PTT ลง

สัปดาห์ก่อน มีการปรับขึ้นราคาก๊าซ NGV และ LPG อีกหนึ่งบาทต่อกก. เร็วเกินคาด ซึ่งจะลดภาระขาดทุนของ PTT ซึ่งเป็นหุ้นที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในตลาดหุ้นไทย

ประการที่ 3 นายกรัฐมนตรีประกาศจะเปิดประมูลคลื่น 4G ในปีหน้า ได้ช่วยบรรเทาความวิตกต่อหุ้นมือถือ โดยเฉพาะ ADVANC, INTUCH ซึ่งเป็นหุ้นที่ให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลอยู่ในเกณฑ์สูงมากอยู่แล้ว
หุ้นมือถือเป็นหุ้นที่มีน้ำหนักในการคำนวณดัชนีสูง การแกว่งขึ้นของหุ้นมือถือจึงช่วยดันดัชนีตลาดอีกทางหนึ่ง
ประการที่ 4 เศรษฐกิจสหรัฐขยายตัวดีเกินคาด แม้เศรษฐกิจโลกจะซบเซา

ยอดจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐในเดือนพ.ย. เพิ่มขึ้น 321,000 ราย ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นเร็วที่สุดนับตั้งแต่เดือนม.ค. 55 และสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ 230,000 ราย

ส่วนอัตราว่างงานยังคงทรงตัวอยู่ที่ 5.8% ในเดือนพ.ย. ซึ่งเป็นอัตราต่ำสุดในรอบ 6 ปี เมื่อเทียบเป็นรายปี อัตราว่างงานและจำนวนผู้ไม่มีงานทำลดลงถึง 1.2% และ 1.7 ล้านคน ตามลำดับ

การเร่งตัวขึ้นของเศรษฐกิจสหรัฐที่มีขนาดใหญ่กว่า 1 ใน 5 ของเศรษฐกิจโลก จะช่วยหนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกอีกทางหนึ่งด้วย

อย่างไรก็ดี กลุ่มที่มองลบ ให้น้ำหนักกับ Valuation หุ้นไทยที่แพงเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นเพื่อนบ้าน ทั้งๆ ที่เศรษฐกิจฟื้นตัวล่าช้า และขยายตัวต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศเพื่อนบ้าน แถมการขับเคลื่อนมาตรการกระตุ้นก็ไม่เร็วอย่างที่ตลาดคาดหวัง

นอกจากนั้น กำลังซื้อภายในประเทศยังซบเซา จากปัญหาหนี้ภาคครัวเรือนที่สูง และราคาผลผลิตสำคัญทางการเกษตรตกต่ำอย่างยืดเยื้อ โดยเฉพาะข้าวและยางพารา

หากใช้กำไร 4 ไตรมาสย้อนหลัง ล่าสุด ค่าพีอีของดัชนี SET จ่อที่ 19 เท่า ขณะที่ของดัชนี mai ที่เคยสูงถึง 80 เท่า เมื่อต้นเดือนพ.ย. ล่าสุดแม้จะลดลงแล้ว แต่ก็ยังสูงถึง 66.6 เท่า สะท้อนการเก็งกำไรรุนแรงในหุ้นขนาดเล็ก

ต่อให้ใช้ประมาณการกำไรปี 58 ที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่า จะโต 15% ค่าพีอีของหุ้น SET ยังคงอยู่ที่ประมาณ 15 เท่า สูงของค่าเฉลี่ยของตลาดหุ้นเพื่อนบ้านที่ราว 12 เท่า ขณะที่กำไรโตใกล้เคียงกัน

กลุ่มที่มองลบ ยังเล็งเห็นถึงความเสี่ยงที่จะมีการปรับประมาณการกำไร และอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจในปีหน้า หลังเห็นสัญญาณกำลังซื้อในประเทศ การเบิกจ่ายงบประมาณ การลงทุนในประเทศ รวมถึงเมกะโปรเจคเสี่ยงจะที่ฟื้นตัวล่าช้ากว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้

จะว่าไปแล้ว เป้าหมาย 1650 จุด ก็เหลือโอกาสทำกำไรแค่  3.3% เท่านั้น การแบ่งขายทำกำไรช่วงหุ้นแกว่งขึ้น โดยเฉพาะในหุ้นที่ Valuation แพง จึงเป็นทางเลือกที่ควรพิจารณา

เวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า กลุ่มไหนจะมองถูกครับ

พบกันใหม่สัปดาห์หน้าครับ

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI