
ต้องทำเพิ่ม
เป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว ที่รัฐบาลตัดสินใจเปิดสัมปทานสำรวจปิโตรเลียมรอบใหม่
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
เป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว ที่รัฐบาลตัดสินใจเปิดสัมปทานสำรวจปิโตรเลียมรอบใหม่
เหตุผลเนื่องจากการไม่ตัดสินใจจะทำให้เกิดความเสี่ยงในแง่ความมั่นคงด้านพลังงาน โดยสัมปทานเก่ากำลังจะหมดอายุลง หากไม่ตัดสินใจเปิดรอบใหม่จะเกิดความชะงักงัน
ขณะเดียวกัน การเปิดสัมปทานรอบใหม่ยังมีแปลงที่อยู่ในอ่าวไทยที่มีความเกี่ยวเนื่องกับอุตสาหกรรมปิโตรเคมีด้วย
ก๊าซในอ่าวไทยมีส่วนประกอบที่สามารถนำมาแยกเพื่อให้ได้สารตั้งต้นสำหรับอุตสาหกรรมปิโตรเคมี จึงเกิดโครงการลงทุนต่อเนื่องนับแสนล้านบาทตามโครงการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลด้านตะวันออกหรืออีสเทิร์นซีบอร์ด
ถ้าไม่สามารถหาแหล่งก๊าซธรรมชาติมาป้อน อุตสาหกรรมปิโตรเคมีเหล่านี้ก็มีความเสี่ยงด้านวัตถุดิบและต้องนำเข้าก๊าซจากต่างประเทศ
ในฐานะรัฐบาลเมื่อฟังข้อมูลทั้งฝ่ายคัดค้าน ฝ่ายสนับสนุนเสร็จแล้วก็ต้องตัดสินใจ ส่วนใครจะคัดค้าน หรือตรวจสอบอีกก็กระทำได้ตามกลไกต่างๆ ที่มีอยู่
อย่างไรก็ตาม ลำพังการเปิดสัมปทานสำรวจปิโตรเลียมรอบใหม่คงไม่พอ โดยควรจะต้องเริ่มต้นทำสิ่งที่จะก่อให้เกิดประโยชน์ระยะยาว
นั่นคือการนำเอาค่าสัมปทาน หรือประโยชน์อื่นๆ ที่ได้รับมาตั้งเป็นกองทุน จากนั้นนำเงินไปลงทุนเพื่อให้ออกดอกออกผล
วิธีการดังกล่าวเหมือนกับกองทุนน้ำมันของนอร์เวย์ ที่มีการนำผลประโยชน์จากสัมปทานปิโตรเลียมมาตั้งเป็นกองทุนน้ำมันฯ และนำไปลงทุนอย่างต่อเนื่อง
ผลที่ได้ไม่เพียงแต่ก่อให้เกิดความมั่งคั่งเพิ่มพูนขึ้นเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างความยั่งยืนจากสัมปทานปิโตรเลียม
เพราะแม้จะนำพลังงานมาใช้ในวันนี้ แต่ก็ไม่ได้หมดหรือสูญหายไปเนื่องจากเงินที่ได้รับจากค่าสัมปทานยังคงอยู่และเพิ่มขึ้นเรื่อยๆไปอีกหลายชั่วคน
และทั้งหมดคือรูปธรรมที่แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนถึงประโยชน์จากการเปิดสัมปทาน
อดีตที่ผ่านมาเราเปิดสัมปทานปิโตรเลียมหลายครั้ง โดยผลประโยชน์ที่ได้รับทั้งหมดส่งเข้าคลัง เป็นงบประมาณรายจ่ายประจำปี
เท่ากับว่าเงินจากสัมปทานปิโตรเลียมถูกใช้จ่ายหมดไปแบบปีต่อปี และวันใดวันหนึ่งถ้าก๊าซหรือน้ำมันถูกขุดจนหมดก็จะไม่เหลืออะไร
ในครั้งนี้ ไหนๆ เมื่อกล้าเปิดสัมปทานแล้วก็ลองคิด ลองทำสิ่งที่วางรากฐานระยะยาวให้กับประเทศ
เป็นการคืนความสุขกันถึงรุ่นลูก รุ่นหลานประมาณนั้นเลย







