
เสียดายเมื่อสายเกิน
หลายประเทศในโลกผลักดันให้เกิดทุนนิยมสร้างสรรค์เข้ามาแก้ไขปัญหาสังคม ในรูปแบบของวิสาหกิจเพื่อสังคม หรือธุรกิจเพื่อสังคม
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
หลายประเทศในโลกผลักดันให้เกิดทุนนิยมสร้างสรรค์เข้ามาแก้ไขปัญหาสังคม ในรูปแบบของวิสาหกิจเพื่อสังคม หรือธุรกิจเพื่อสังคม
การดำเนินงานดังกล่าวกลไกสำคัญคือ การตั้งกิจการหรือบริษัทขึ้นมาโดยไม่หวังกำไรสูงสุด แต่ต้องการให้กิจการนั้นเข้าไปแก้ปัญหาใดปัญหาหนึ่งอย่างเป็นรูปธรรมด้วยระบบทุนและธุรกิจ เพื่อให้สามารถกระทำได้อย่างยั่งยืน
ผลดีของกิจการเพื่อสังคมปรากฏชัดเจนทั่วโลก โดยไม่เพียงจะแก้ปัญหาสังคมในหลากมิติ ทั้งก่อให้เกิดการจ้างงาน ลดความเหลื่อมล้ำ ฯลฯ แต่ทั้งหมดยังแสดงถึงความเอื้ออาทรที่คนในชาติมีต่อกันอย่างชัดแจ้ง
ทว่า การจะผลักดันกิจการเพื่อสังคม สิ่งสำคัญประการแรกก็คือต้องมีนโยบายอย่างชัดเจน
อังกฤษ ในปี 2549 สมัยรัฐบาลนายกรัฐมนตรี โทนี แบลร์ ประกาศนโยบายภาคส่วนที่สาม (Third Sector Policy) ซึ่งประกอบด้วย ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคส่วนกิจการเพื่อสังคม อันเป็นรากฐานเศรษฐกิจที่ยั่งยืน
เมื่อนโยบายชัดจะนำมาซึ่งกระบวนออกหรือแก้ไขกฎหมาย กฎระเบียบ รวมถึงการให้สิทธิประโยชน์รูปแบบต่างๆ เพื่อสนับสนุนกิจการเพื่อสังคม
ถัดมาจำเป็นต้องมีองค์กรเฉพาะดูแลกิจการเพื่อสังคม เช่นที่อังกฤษมีหน่วยงาน Office of the Third Sector (OTS) ขึ้นมาภายใต้สำนักงานคณะรัฐมนตรี
ที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือ แหล่งเงินทุน สนับสนุนการก่อตั้งกิจการเพื่อสังคม โดยกระทำได้ทั้งการตั้งเป็นกองทุนจากเงินของรัฐ เงินจากภาคเอกชน ฯลฯ
นอกจากนั้น ยังสามารถใช้เครื่องมือทางการเงินอื่นๆ เช่น การตั้งกองทุนรวมเพื่อวิสาหกิจเพื่อสังคม รวมไปถึงมีข้อเสนอให้ตั้งตลาดหลักทรัพย์เพื่อวิสาหกิจเพื่อสังคมโดยเฉพาะ เพื่อให้กิจการเพื่อสังคมมาระดมทุน
สุดท้ายก็คือ ส่งเสริมให้ประชาชนและภาคธุรกิจเข้ามามีส่วนร่วม โดยเฉพาะธุรกิจขนาดใหญ่ที่มีพลังทุนมหาศาล ให้เข้ามามีส่วนในการบริจาค สนับสนุนหรือการก่อตั้งกิจการเพื่อสังคม
กระบวนการผลักดันกิจการเพื่อสังคม จึงจำเป็นต้องครอบคลุมทั้งนโยบาย กฎหมาย องค์กรที่รับผิดชอบ ฐานทุน การเชื่อมกับสังคมและธุรกิจ
ประเทศไทยเองมีการตั้งคณะกรรมการสร้างเสริมกิจการเพื่อสังคม เมื่อปี 2554 แต่หลังจากนั้นไม่มีการริเริ่มเชิงนโยบายใดๆ อย่างเป็นรูปธรรม ปล่อยให้กิจการเพื่อสังคมเกิดขึ้นแบบตามมีตามเกิด
ขณะเดียวกัน ภาคเอกชนหลายรายต้องการเข้ามาทำกิจการเพื่อสังคม แต่ก็ติดปัญหาจากกฎ ระเบียบ ฯลฯ จึงโบกมือลา
การปฏิรูปครั้งนี้ หากต้องการระดมพลังทุกภาคส่วนทำให้บ้านเมืองดีขึ้น ก็อย่าได้ละเลยการสร้างพลังบวกของทุนนิยมในรูปแบบวิสาหกิจเพื่อสังคม
ถ้าไม่ทำจะมานั่งเสียดายมันก็สายเกินไปแล้ว







