
ยิ่งปิดยิ่งพัง
“ปฏิรูป” เป็นโจทย์ใหญ่ที่สังคมต้องช่วยกันขบคิดว่าจะออกแบบโครงสร้างวางกรอบให้บ้านเมืองเดินหน้าต่อไปอย่างไร
โดย...ธนพล บางยี่ขัน
“ปฏิรูป” เป็นโจทย์ใหญ่ที่สังคมต้องช่วยกันขบคิดว่าจะออกแบบโครงสร้างวางกรอบให้บ้านเมืองเดินหน้าต่อไปอย่างไร เพื่อจะได้ตอบโจทย์ตรงความต้องการของสังคม
ทว่า สัญญาณจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ส่งตรงไปถึงสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ให้ระมัดระวังคำพูดคำจา สื่อสารประเด็นเนื้อหารายละเอียดการปฏิรูปสู่สาธารณะ กำลังจะสร้างปัญหากระทบกระเทือนไปถึงผลการปฏิรูป
เมื่อการปฏิรูปในแต่ละประเด็นล้วนแต่เต็มไปด้วยความเห็นที่แตกต่างกันในสังคมอย่างสุดขั้ว ไม่ว่าจะตัดสินใจเลือกอย่างหนึ่งอย่างใด ย่อมมีทั้งผู้ที่สนับสนุนและคัดค้าน การโยนแต่ละประเด็นให้สังคมช่วยขบคิด พร้อมรับฟังกระแสตอบรับจากสังคมย่อมดีกว่าจะงุบงิบทำกันอยู่เพียงแค่ในวงจำกัด สปช. 250 คนเท่านั้น
ยิ่งหากเบื้องหน้าเบื้องหลังการปฏิรูปถูกครอบงำด้วยเงาของ คสช.ด้วยแล้ว ยิ่งจะทำให้ผลลัพธ์ของการปฏิรูปไม่เป็นที่ยอมรับของสังคม และอาจจะบานปลายกลายเป็นชนวนที่นำไปสู่กระแสต่อต้านคัดค้าน และทำให้ทุกอย่างกลับมาอยู่ในวังวนความขัดแย้งเหมือนเดิม
ทุบโต๊ะเลยว่า หากกระบวนการปฏิรูปยังทำกันแบบไม่เปิดกว้าง หรือลงไปรับฟังเสียงสะท้อนของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างรอบด้านครอบคลุมทุกประเด็น ย่อมจะทำให้กระบวนการปฏิรูปมีปัญหา และไม่ประสบความสำเร็จ
แม้กระบวนการเปิดกว้างรับฟังเสียงสะท้อนจากประชาชนจะต้องทำให้เสียเวลา และอาจจะเกิดความขัดแย้งในช่วงก่อนจะหาข้อสรุป แต่อย่างน้อยก็เป็นทางเลือกที่ไม่ได้มีธงมาแต่ต้น







