
เหมือนจะแปลก
การเตรียมออกกฎหมายภาษีมรดกในบ้านเราเป็นเรื่องแปลก แปลกตรงที่ผมยังไม่เห็นมหาเศรษฐีรายไหนออกมาคัดค้าน...ตรงนี้น่าสนใจ
โดย...สันทัด กรณี
การเตรียมออกกฎหมายภาษีมรดกในบ้านเราเป็นเรื่องแปลก แปลกตรงที่ผมยังไม่เห็นมหาเศรษฐีรายไหนออกมาคัดค้าน...ตรงนี้น่าสนใจ
ถ้าไปนั่งในใจมหาเศรษฐีทั้งหลาย ร้อยทั้งร้อยไม่มีใครอยากเสียภาษีมรดก ทั้งที่เจ้าของมรดกก็ไม่ได้อยู่รู้เห็นกับการจัดเก็บภาษีมรดก ไปเฝ้าเง็กเซียนแล้ว
เหตุที่ไม่อยากเสีย เพราะวันนี้ยังมีลมหายใจ ยังห่วงยังหวงกับทรัพย์สินเงินทองที่สั่งสมมา แม้ตายไปไม่ได้ใช้ก็ไม่อยากให้ใครมาแตะต้องมันก็ยังตัดไม่ขาด ถึงตัวเองไม่ได้ใช้ก็ขอให้ทายาทได้รับไปเต็มเม็ดเต็มหน่วย
การที่มหาเศรษฐีทั้งหลายไม่ได้ออกมาแสดงความเห็นคัดค้านในที่ในทางสาธารณะ มาจากท่านๆ เหล่านั้นทราบดีถึงความชอบธรรมของรัฐในการจัดภาษีมรดก ทราบดีว่านี่เป็นเครื่องมือในการลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม รายได้ และนำรายได้นั้นไปพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของประเทศเรา ที่สำคัญเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม
วันนี้หากติดตามข่าวสาร เสียงท้วงติงที่มีอยู่บ้างส่วนใหญ่มาจากนักวิชาการบางท่าน และหากไปดูการแสดงความหินเรื่องภาษีมรดกในโลกออนไลน์ จะมีอยู่จำนวนหนึ่งน้อยนิดที่แสดงความคัดค้าน เนื่องจากเป็นผู้ได้รับผลกระทบโดยตรงในฐานะผู้รับมรดกในอนาคต
ครับ...ไปดูการยกเหตุยกผลที่นำมาค้านภาษีมรดก
บ้างบอกว่า การเก็บภาษีมรดกเป็นการเก็บภาษีซ้ำซ้อน เพราะทรัพย์สินมรดกเหล่านั้นผ่านการเสียภาษีมาแล้ว ประเด็นนี้ถูกนำมาอ้างกันเยอะ เช่น บ้าน รถ ที่ดิน ก็เสียภาษีมาแล้วทั้งนั้น ทายาทที่รับมรดกยังต้องมาเสียภาษีซ้ำอีก ไม่เป็นธรรมว่างั้น
เอิ่มมม เผินๆ ก็พอฟังได้ ถ้าเป็นอย่างนั้นบริษัทที่ผมนั่งทำงานก็เสียภาษีนิติบุคคลไปแล้ว ผมก็ไม่ควรต้องไปเสียภาษีเงินได้ชิมิ และขอเรียนว่าการเปลี่ยนกรรมสิทธิ์บ้าน รถ ที่ดินพวกนี้ เปลี่ยนมือเมื่อไหร่ก็ต้องเสียภาษีอีกรอบเมื่อนั้น
บ้างบอกว่า จะทำให้ประชาชนออมน้อยลง ขาดความกระตือรือร้นในการทำงาน ไม่กล้าลงทุน
เอิ่มมม ประเด็นนี้น่าจะมองในมุมกลับกันด้วยซ้ำ...เหมือนจะมีเหตุผล แต่ลองนั่งถามตัวเองดูสิว่า เป้าหมายในการออมของคนเรานั้นเพื่ออะไร เพื่อความมั่นคงของชีวิตตัวเองและครอบครัว เป้าหมายการทำงาน เป้าหมายการลงทุนของเราอยู่ตรงไหน ไม่มีหรอกครับใครที่ไม่อยากทำงานมากหรือไม่กล้าลงทุน เพราะกลัวได้เงินมากแล้วจะโดนภาษีเยอะ (ตาหลก) มีแต่อยากเสียภาษีเยอะกันทั้งนั้น มิหนำซ้ำการทำงานหนักยังมีสาเหตุสำคัญอีกประการ คือ เพื่อเกียรติของตน ประเด็นนี้น่าจะมองในมุมกลับกันด้วยซ้ำ
อ้อ ยังอีกเรื่องลูกมหาเศรษฐีจำนวนมาก คุณๆ ดูเถอะ รู้จักค่าของเงินน้อยมาก ถลุงสินค้าฟุ่มเฟือย รถหรูสปอร์ตคาร์ เงินไหลไปไหนครับพี่น้องครับ
ครับ...พอหอมปากหอมคอ
คลอดร่างกฎหมายออกมาชัดๆ เมื่อไหร่ค่อยคุยอีกที







