
เหยื่อการเมือง
“สิทธิเสรีภาพทางวิชาการ” ดูจะเป็นคำที่นำมาใช้กันเฝือเหลือเกินในเวลานี้ โดยเฉพาะกลุ่มนักวิชาการบางกลุ่มที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร
โดย...ธรรมสถิตย์ ผลแก้ว
“สิทธิเสรีภาพทางวิชาการ” ดูจะเป็นคำที่นำมาใช้กันเฝือเหลือเกินในเวลานี้ โดยเฉพาะกลุ่มนักวิชาการบางกลุ่มที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ขอความร่วมมือให้งดจัดเวทีเสวนาวิชาการหัวข้อ “ห้องเรียนประชาธิปไตย”
เท่าที่สดับตรับฟัง นักวิชาการกลุ่มนี้อ้างว่าต้องการให้ความรู้ทางวิชาการเกี่ยวกับการล่มสลายของเผด็จการในต่างประเทศ ไม่ได้มีเจตนาต่อต้านคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) อีกทั้งความเป็นนักวิชาการมีสิทธิให้ความรู้ความอ่าน จะปิดกั้นไม่ได้
ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ออกมาชี้แจงว่านักวิชาการมีสิทธิแสดงความคิดเห็น แต่การจะจัดเวทีอะไรควรทำหนังสือเพื่อให้ คสช.ได้รับรู้และพิจารณา เพราะอยากให้คำนึงถึงสถานการณ์บ้านเมืองอยู่ระหว่างสร้างความปรองดองร่วมกันปฏิรูปประเทศ
หากทั้งสองฝ่ายได้มีโอกาสพูดคุยกันก่อนว่ากำลังจะทำอะไร ทำได้หรือไม่ได้อย่างไร ย่อมทำให้บรรยากาศบ้านเมืองดำเนินไปด้วยดี ในทางตรงกันข้าม ความพยายามหาเหตุว่าสิ่งที่ตนกระทำถูกต้องเสมอ ย่อมทำให้เหตุการณ์พัฒนาบานปลาย
ดังจะเห็นได้ว่าเริ่มมีนักวิชาการบางกลุ่มจะจัดเวทีลักษณะนี้บ้าง แม้จะมองว่าเป็นเจตนาบริสุทธิ์ แต่อีกด้านเหมือนต้องการยั่วยุท้าทาย
สถานการณ์เช่นนี้ไม่ได้เป็นผลดีต่อทุกฝ่าย อีกทั้งทุบโต๊ะไว้ได้เลย ฝ่ายการเมืองสูญเสียอำนาจกำลังฮุบประเด็นดังกล่าวนำมาเคลื่อนไหว โดยที่นักวิชาการหาได้รู้ตัวเลยว่ากำลังตกเป็นเหยื่อนักการเมืองนำมาใช้สร้างความขัดแย้ง







