รัฐบาลสไตล์ทหาร

  • วันที่ 13 ส.ค. 2557 เวลา 16:52 น.

โดย...อสนีบาต

เส้นทางสู่ทำเนียบรัฐบาลของว่าที่ผู้นำประเทศในสถานการณ์พิเศษ ใกล้เข้ามาทุกขณะ ภายหลังเปิดประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เลือก พรเพชร วิชิตชลชัย เป็นประธาน สนช. ขั้นตอนจากนี้เมื่อโปรดเกล้าฯแต่งตั้งประธาน สนช. จะมีการนัดประชุมสภาประมาณวันที่22ส.ค.เพื่อเลือกนายกรัฐมนตรีคนที่ 29 ของประเทศต่อไป

บรรยากาศของการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีคงไม่ต่างกับการเสนอชื่อประธานสนช.ชนิดไร้คู่แข่งนั่นแหละท่านเพราะตอนนี้มีโผเดียวเท่านั้น

นัมเบอร์วันของประเทศเป็นชายชาติทหารชื่อพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

ทั้งการโปรยยาหอมจากเหล่าขุนทหารเหมาะสมด้วยประการทั้งปวง รวมถึงเสียงตอบรับของประชาชนผ่านโพลต่างๆ สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี  อีกทั้งไม่มีมาตราไหนในรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวห้ามข้าราชการ นายทหาร หัวหน้าคสช. ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เหตุเพราะปูทางไว้ตั้งแต่เข้ามาควบคุมอำนาจบริหารประเทศจะต้องทำอะไรบ้างผ่านกลไกทางกฎหมายหนึ่งสองสามสี่.ครั้นจะมอบตำแหน่งผู้นำประเทศให้บุคคลอื่นล้วนมีบทเรียนมาก่อนแล้ว อย่างในสมัยของคณะทหารยึดอำนาจเมื่อปี2549 โดย พล.อ.สนธิบุญยรัตกลินประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.)เชิญ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีส่วน พล.อ.สนธิ อดีต ผบ.ทบ. รับหน้าที่เป็นประธาน คมช.กันไป

การบริหารราชการแผ่นดินยุคนั้นถนัดร้องเพลง "ต้องเกรงใจ"สาละวนอยู่กับการร่ายรำเพลงหอกดาบ ไม่กล้าฟันอืดอาดตามสไตล์ ครม.ขิงแก่จะเอาผิดคดีทุจริตใครต้องเงื้อง่าราคาแพง เพราะการแยกส่วนบริหารโดยนำบุคลากรอดีตนายทหาร ข้าราชการ นักวิชาการมาเป็นฝ่ายบริหาร ส่วนฝ่ายมั่นคงควบคุมอำนาจออกไปในลักษณะพักเหนื่อยหมดภารกิจซะงั้น จึงทำให้ผีลืมหลุมเกิดอาการได้ใจลุกขึ้นทวงคืนอำนาจด้วยการอ้างเอาประชาธิปไตยคืนมา

แต่สำหรับวันนี้ไม่เหมือนวันวาน ตามคำกล่าวที่ว่า "เข้ามาควบคุมอำนาจทั้งทีต้องไม่เสียของ สูญเปล่า" ตั้งแต่การออกแบบรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวสกัดพวกโกงบ้านกินเมืองอุดช่องโหว่ไม่ให้นายทุนกระสันอำนาจเข้ามา และการที่พล.อ.ประยุทธ์ ตัดสินใจลงมาเล่นเองในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

แม้ยังไม่เข้าสู่กระบวนการเสนอชื่อแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการ แต่หัวหน้า คสช. วอร์มอัพบริหารราชการแผ่นดินมาหลายเพลาตั้งแต่เป็นประธานประชุม ครม.คสช. การวางกำหนดการตรวจราชการตามพื้นที่ต่างๆ

ที่น่าสนใจด้วยถ้อยแถลงสองครั้งสองครา ครั้งแรกเปรยถึงการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการจะใช้วิธีเดียวกับการโยกย้ายนายทหาร ครั้งที่สองตอกย้ำผ่านรายการคืนความสุขให้คนในชาติเมื่อวันศุกร์ที่8 ส.ค. 2557 ระบุว่าจะนำระบบทหารมาใช้กับการบริหารงานรัฐบาล

ดั่งข้อความ "เรื่องการบริหารจัดการในกองทัพบก แต่ละปีจะมีนโยบายของเรา ปีนี้พัฒนาคน ปีหน้าพัฒนาทุกระบบ ปีต่อไปบริหารระบบบริหารจัดการปีต่อไปเป็นเรื่องของการพัฒนากองทัพไปสู่ความทันสมัยเรามีกรอบกำหนดเวลาไว้ชัดเจน ผมจะนำสิ่งเหล่านี้ไปขับเคลื่อนในการทำงานของรัฐบาลที่จะมีในอนาคต"

สะท้อนภาพการบริหารกองทัพบกกำหนดยุทธศาสตร์จัดลำดับเป็นขั้นตอนตั้งแต่พัฒนาคน พัฒนาระบบและพัฒนาสู่ความทันสมัย

ทำให้มองต่อไปถึงแนวทางบริหารประเทศสไตล์ทหาร ก็คงจะไม่พ้นจากกรอบนี้