posttoday
ห้ามเห็นต่าง

ห้ามเห็นต่าง

11 สิงหาคม 2557

ช่วงนี้รู้สึกท่านผู้นำจะติดใจการเดี่ยวไมโครโฟนเป็นพิเศษ เพราะผมนั่งดูทีวีทีไร เห็นท่านไม่มีสคริปต์แล้ว

โดย...สันทัด กรณี

ช่วงนี้รู้สึกท่านผู้นำจะติดใจการเดี่ยวไมโครโฟนเป็นพิเศษ เพราะผมนั่งดูทีวีทีไร เห็นท่านไม่มีสคริปต์แล้ว อยากพูดอะไรก็พูดได้น้ำไหลไฟดับ ประมาณว่ามั่นใจในอำนาจของตัวเองเต็มที่ แถมยังมีปล่อยมุขหยอกคนนั้น แหย่คนนี้ ผมดูแล้วก็อดยิ้มไม่ได้

ครับ ในฐานะปุถุชนคนไทย เห็นท่านผู้นำมีความสุขผมก็อดมีความสุขด้วยไม่ได้ แต่เป็นความสุขภายใต้กฎอัยการศึกที่ห้ามเห็นต่าง และห้ามวิพากษ์วิจารณ์ นะครับ หุหุ

ขนาดวันนี้มีรัฐธรรมนูญชั่วคราว มีสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และกำลังจะมีนายกรัฐมนตรีแล้วในสองอาทิตย์นี้ ท่านผู้นำก็ยังประกาศใช้กฎหมายเข้มข้น

ถึงขนาดนักศึกษาจะจัดงานเสวนาวิพากษ์รัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 ผู้บังคับการกรมทหารปืนใหญ่ที่ 1 รักษาพระองค์ ยังส่งจดหมายไปให้นักศึกษาหยุดจัดงานเสวนา เพราะเกรงว่า “อาจกระทบต่อการแก้ไขปัญหาของชาติ” และอาจเกิด “ความเห็นต่างทางทัศนคติทางการเมือง”

ผมแปลกใจพอสมควร เพราะขณะนี้กระบวนการประชาธิปไตยของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เดินทางถึงเฟสที่ 2 แล้ว ขณะเดียวกัน ท่านก็ให้กระทรวงการต่างประเทศเดินสายไปคุยทั่วโลกแล้วว่า ประชาธิปไตยกำลังเพิ่มมากขึ้นตามลำดับ

แต่เรื่องตลกกว่าของประเทศนี้คือ ประชาธิปไตยที่มากขึ้นคือแม้แค่จะวิจารณ์รัฐธรรมนูญของท่านยังทำไม่ได้นั้นหมายถึงอะไร?

ครับ นี่อาจเป็นประชาธิปไตยแบบไทยๆ ที่ท่านผู้นำภูมิใจนักหนาว่าสามารถรักษาความสงบ และเป็นระเบียบเรียบร้อยให้กับปวงชนชาวไทยได้

แต่ผมเกรงจะไม่เป็นอย่างนั้นน่ะสิครับ ยิ่งเข็มนาฬิกาหมุนไปข้างหน้า ท่านจะเผชิญกับปัญหาที่หนักหน่วงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นราคาสินค้าเกษตรที่ลดลง หรือความคาดหวังของกองเชียร์ที่หวังเฉพาะประเด็นเช่น “ปฏิรูปพลังงาน” หรือ “กำจัดตระกูลชินวัตร” ซึ่งการจัดการเรื่องพวกนี้ไม่ได้ง่ายอย่างที่ท่านคิด เหมือนกับให้ชาวบ้านช่วยกันเก็บผักตบชวาแน่นอน

ในมุมมองบางคน การอนุญาตให้มีสิทธิเสรีภาพเพียงระดับหนึ่งอาจจะลดความวุ่นวายลงได้ แต่ในประเทศที่เคยมีสิทธิเสรีภาพจนถึงขั้นสุดแล้ว ยูเทิร์นกลับมาเป็นแบบเดิมใหม่นั้นยากจะประสบความสำเร็จนะครับ

ที่สำคัญคือผมไม่เชื่อว่าการให้คนอื่นพูดน้อยๆ แล้วให้ตัวเองพูดเยอะอยู่คนเดียวจะแก้ปัญหาได้

การบริหารราชการแผ่นดินอาจจะไม่ยากครับ แต่การบริหารคะแนนนิยมของคนนั้นยากโขทีเดียว ยิ่งมีกฎหมายปิดกั้นไว้ และยิ่งมีโพลเชียร์อยู่ ท่านอาจจะรู้สึกดี แต่ในความจริงแล้วในสภาพแบบนี้วัดอะไรไม่ได้เลย

ผมเชื่อว่าท่านผู้นำคงรู้สึกแบบเดียวกับผม และจะรีบยกเลิกกฎหมายพิเศษได้ทันทีที่ท่านเป็นนายกฯ นะครับ ผมจะได้ไม่เกร็งมากเวลาเขียน!

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน