
ต้องโปร่งใส
เริ่มมีเสียงวิจารณ์กระบวนการเลือกสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ในลักษณะจับแพะชนแกะ
โดย...ธรรมสถิตย์ ผลแก้ว
เริ่มมีเสียงวิจารณ์กระบวนการเลือกสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ในลักษณะจับแพะชนแกะ โดยฟันธงไปว่าผู้อกหักจากสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) จะได้รับรางวัลปลอบใจจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) คัดเลือกให้มาเป็น สปช.บ้าง หรือ สปช.จะมีแต่ข้าราชการ
หากพิจารณาการได้มาซึ่ง สปช.กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว โดยให้ตราพระราชกฤษฎีกาเกี่ยวกับกระบวนการสมัครและคัดเลือก มีทั้งการตั้งกรรมการสรรหาระดับจังหวัด และคณะกรรมการสรรหา 11 ด้าน แต่หลักใหญ่ใจความเน้นย้ำต้องคัดเลือกผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้และประสบการณ์เป็นที่ยอมรับ
อีกประการ การปฏิรูปประเทศครั้งนี้ เป็นผลพวงของการเรียกร้องให้ประเทศเกิดการเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่ดีขึ้นในหลายด้าน จึงได้วางกรอบการปฏิรูปถึง 11 ด้าน ไม่ว่าจะเป็นการเมือง การบริหารราชการแผ่นดิน กฎหมายและกระบวนการยุติธรรม การปกครองท้องถิ่น การศึกษา เศรษฐกิจ พลังงาน สาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม สื่อสารมวลชน สังคมและอื่นๆ เมื่อเป็นเช่นนี้ข้อวิจารณ์ดังกล่าวย่อมคลาดเคลื่อนต่อความเป็นจริง
แม้การคัดเลือกขั้นตอนสุดท้าย เป็นหน้าที่ คสช.คัดให้เหลือไม่เกิน 250 คน แต่ภายใต้บทบัญญัติรัฐธรรมนูญให้คำนึงถึงบุคคลที่มีความรู้ความสามารถเป็นที่ประจักษ์ในแต่ละด้าน อีกทั้งกระแสของประชาชนตื่นรู้ต่อการปฏิรูปประเทศ จึงเป็นเรื่องที่ คสช.ต้องคำนึงให้มากในการคัดเลือกผู้นำทางความคิด นักปฏิรูปหลากหลายด้านไม่ผูกขาดอยู่กับกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง
ดังนั้น ทุบโต๊ะ ได้เลย เมื่อ คสช.ดำเนินการคัดเลือกอย่างโปร่งใส คำนึงถึงความหลากหลายตามกรอบที่กำหนดไว้ จะทำให้ลดกระแสวิจารณ์ในทางที่ผิดๆ ได้







