
อย่าให้สูญเปล่า
การปฏิรูปประเทศรอบนี้ถือว่ามีความสำคัญและเดิมพันสูงเป็นอย่างมาก เพราะหากทำออกมาได้ดีและทุกฝ่ายเป็นที่ยอมรับในระดับหนึ่ง
โดย...ไพบูลย์ กระจ่างวุฒิชัย
การปฏิรูปประเทศรอบนี้ถือว่ามีความสำคัญและเดิมพันสูงเป็นอย่างมาก เพราะหากทำออกมาได้ดีและทุกฝ่ายเป็นที่ยอมรับในระดับหนึ่ง แน่นอนว่าความดีความชอบย่อมตกอยู่กับคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แต่ถ้าไม่เป็นเช่นนั้นภาระความรับผิดชอบย่อมเป็นเรื่องที่ คสช.ไม่อาจหลีกหนีได้เช่นกัน
รูปแบบของการให้ได้มาซึ่งสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) จำนวน 250 คน ของ คสช.ตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ. 2557 ถือว่ามีความซับซ้อนพอสมควร โดยจะมาจาก 2 ส่วนด้วยกัน คือ 1.คณะกรรมการสรรหาประจำจังหวัด 77 จังหวัด และ 2.คณะกรรมการสรรหาตามประเด็นการปฏิรูป 11 ด้าน
ทั้งนี้ มีคำถามตามว่าขั้นตอนต่างๆ ที่กำหนดขึ้นมาได้สร้างการมีส่วนร่วมให้กับประชาชนเกี่ยวกับกระบวนการสรรหาสมาชิก สปช.หรือไม่ โดยเฉพาะกรรมการสรรหาตามเรื่องที่ต้องดำเนินการปฏิรูป 11 ด้าน เนื่องจากมาตรา 30 (2) ของรัฐธรรมนูญกำหนดไว้กว้างๆ แค่ว่า “ให้ คสช.ตั้งคณะกรรมการสรรหาแต่ละด้านจากผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งมีความรู้และประสบการณ์เป็นที่ยอมรับของบุคคลในด้านนั้นๆ”
จึงเป็นปัญหาที่ คสช.ต้องออกแบบให้ชัดเจนว่าคำว่าผู้ทรงคุณวุฒิต้องมีคุณลักษณะแบบไหนถึงสมควรกับคำว่า “ผู้ทรงคุณวุฒิ” หรือจะทำอย่างไรที่ช่วยให้ประชาชนมีส่วนร่วม โดยตรงกับกระบวนการเลือกการสรรหาสมาชิก สปช.
ถ้ามองข้ามเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ไป ทุบโต๊ะไว้ได้เลยว่าการปฏิรูปประเทศก็จะได้แค่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่อีกหนึ่งฉบับเท่านั้น







