
คิดดังนี้ดนึง
สองวันมานี้ผมสนุกสนานกับการเดินไป “แสดงความอิจฉา” คุณพี่คุณน้องโต๊ะข่าวการเมือง ด้วยความน้อยอกน้อยใจใน คสช. ที่ได้ให้ความกรุณานักข่าวการเมืองเป็นกรณีพิเศษ
โดย...สันทัด กรณี
สองวันมานี้ผมสนุกสนานกับการเดินไป “แสดงความอิจฉา” คุณพี่คุณน้องโต๊ะข่าวการเมือง ด้วยความน้อยอกน้อยใจใน คสช. ที่ได้ให้ความกรุณานักข่าวการเมืองเป็นกรณีพิเศษ
ท่านคงเห็นนักข่าวการเมืองเหนื่อยมาหลายปี อยากให้ได้พัก ไม่ต้องทำงานด้วยออกคำสั่งฉบับที่ 97 เรื่องการให้ความร่วมมือในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร
หลายข้อในคำสั่งนี้ขนลุกซู่ทีเดียว โดยเฉพาะข้อ 5
“ในกรณีที่ปรากฏว่าบุคคลใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อ 2 หรือข้อ 3 ให้ระงับการจำหน่าย จ่าย แจก หรือเผยแพร่สื่อสิ่งพิมพ์ รวมทั้งการออกอากาศของรายการดังกล่าวโดยทันที และให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายที่กำหนดความผิดฐานนั้นดำเนินการตามกฎหมาย”
ครับ... ข้อ 2 และข้อ 3 สรุปเนื้อหารวมๆ คือ ห้ามมิให้บุคคลใดในสื่อทุกชนิด เชิญบุคคล หรือกลุ่มบุคคลที่เป็นนักวิชาการ หรือผู้ที่เคยเป็นข้าราชการ รวมทั้งผู้ที่เคยปฏิบัติงานในศาลและกระบวนการยุติธรรม ตลอดจนองค์กรอิสระมาให้สัมภาษณ์ หรือแสดงความคิดเห็นในลักษณะที่อาจก่อให้เกิด หรือขยายความขัดแย้งบิดเบือน และสร้างความสับสนให้กับสังคม รวมทั้งอาจนำไปสู่ความรุนแรง
แล้วก็... เอ่อมมมม... ห้ามวิพากษ์ ห้ามวิจารณ์ การปฏิบัติงานของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เจ้าหน้าที่ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และบุคคลเกี่ยวข้อง
โอ้ววว พระเจ้าช่วยกล้วยทอด
แตะ คสช. ...ก็ไม่ได้
แตะเจ้าหน้าที่ คสช. ...ก็ไม่ได้
แตะบุคคลเกี่ยวข้อง (ใครมั่งอ่ะ) ...ก็ไม่ได้
บุคคล 3 กลุ่มที่ว่าเนี่ย ตีความครอบคลุมเกินขอบเอกภพ พานรวมเอาทางช้างเผือกเข้าไปด้วย ใครฝ่าฝืนข้อห้าม การลงโทษคือโดนสั่งปิดสื่อโดยไม่ต้องผ่านการตรวจสอบ หรือสอบสวนใด
เอาเป็นว่า สื่อมวลชน ขยับตัวเป็นผิดว่างั้นเหอะ ใครสะเออะวิจารณ์เรื่องเจ๊ปู ได้รับอนุญาตไปต่างประเทศ ใครสะเออะวิจารณ์การจัดระเบียบรถตู้อนุสาวรีย์ชัยฯ ใครสะเออะวิจารณ์คณะรัฐมนตรีชุดใหม่ในอนาคตที่ตั้งโดย คสช. ฯลฯ ...โดนทั้งนั้น
เรื่องไม่เป็นเรื่องแท้ๆ ปัญหามีตรงไหนก็จัดการตรงนั้นสิครับ โปรดอย่ามองสื่อด้วยสายตาที่ใช้มองศัตรูเลยครับ
ครับ... ไม่รู้ใครหนอช่างคิดในเรื่องนี้ แต่โชคดีเหลือเกินที่ คสช.ไหวทันก่อนเหตุการณ์เขี่ยสื่อให้ไปอยู่ฝั่งตรงข้ามจะบานปลาย โดยได้มีการเรียกหารือตัวแทนองค์กรสื่อ เพื่อดำเนินการให้สอดคล้องกับอารยะวิธีที่ทุกฝ่ายรับได้ ซึ่งคงมีการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดี
ด้วยความเคารพอย่างสูง เอ่อ... เอาเวลาที่ค่อนข้างกระชับ ไปใช้ในการจัดการกับปัญหาที่เป็นปัญหาจริงๆ ไม่ดีกว่าหรือ เรื่องพลังงาน เรื่องภาษี เรื่องยาเสพติด เรื่องทุจริต เยอะแยะตาแป๊ะไก่ ฯลฯ
แฮ่ๆ มะได้วิพากษ์ วิจารณ์นะครับ... แค่คิดดังๆ นี้ดนึง







