
แนวทางสอนเหลว
ความชัดเจนจากกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เรื่องการปรับหลักสูตรขั้นพื้นฐานโดยเพิ่มวิชาหน้าที่พลเมืองและประวัติศาสตร์ตามนโยบายสร้างความปรองดอง
โดย...ธเนศน์ นุ่มมัน
ความชัดเจนจากกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เรื่องการปรับหลักสูตรขั้นพื้นฐานโดยเพิ่มวิชาหน้าที่พลเมืองและประวัติศาสตร์ตามนโยบายสร้างความปรองดองที่ ศธ.ขานรับมาจาก คสช.จะให้คงวิชาในหมวดนี้ไว้ในกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรมเช่นเดิม แต่ให้แยกการเรียนการสอนออกมาเป็นวิชาเฉพาะกำหนดชั่วโมงเรียนให้ชัดเจน
วิชาประวัติศาสตร์เรียนรวม 40 ชั่วโมง/ปี หน้าที่ พลเมืองและเนื้อหาในกลุ่มนี้ 80 ชั่วโมง/ปี และให้เพิ่มกิจกรรมและจุดเน้น 40 ชั่วโมง/ปี ในทุกระดับการศึกษา ตั้งแต่ชั้น ป.1-ม.6 ของสถานศึกษาในทุกสังกัด
ศธ.ตัดสินใจไม่รื้อหลักสูตรใหม่ เพราะนักวิชาการทักท้วงว่าการจะเรียนสองวิชานี้ให้เกิดผลจะต้องเรียนรวมกับเนื้อหาสาระอื่นในกลุ่มสาระสังคมศึกษา แต่หากจะแยกจริงๆ คนที่จัดทำหลักสูตรก็ทราบดีว่า เรื่องนี้ต้องใช้เวลานานอาจจะถูกมองว่าขยับเรื่องนี้ช้า ไม่สนองนโยบายก็เป็นได้
แต่แนวคิดแยกการสอนกำหนดชั่วโมงเรียนและจัดทำคู่มือสอนทั้งสองวิชาเพิ่มเติมก็ใช่ว่าจะจบลงได้ง่ายๆ เพราะที่สุดแล้วภาระเหล่านี้ก็จะไปตกลงที่ครูผู้สอน ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญของปัญหาเชิงโครงสร้างที่ ศธ.แก้ไม่ตก
หรืออีกนัยหนึ่งการเรียนทั้งสองวิชากำลังถูกผลักภาระไปให้ระบบโรงเรียนที่ในภาพรวมไร้ประสิทธิภาพจนทำให้นักเรียนจำนวนมากแห่ไปเรียนกวดวิชา
ทุบโต๊ะได้เลยว่าเมื่อเรื่องนี้หมดกระแสไปจากความสนใจ ก็จะมีชะตากรรมไม่ต่างจากคะแนนการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน หรือโอเน็ต ซึ่งตกเกือบทุกวิชา ความล้มเหลวนี้จะต่างไปบ้างก็ในรายละเอียด คือได้เด็กที่ท่องจำทั้งสองวิชาไว้สำหรับตอบคำถามเป็นนกแก้วนกขุนทองทั่วประเทศ







