
ข้าว...ยังไม่จบ
ปัญหานโยบายข้าวยังคงเป็นสิ่งสำคัญและจะต้องจับตาว่าคณะทหารจะดำเนินการเยี่ยงไร
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
ปัญหานโยบายข้าวยังคงเป็นสิ่งสำคัญและจะต้องจับตาว่าคณะทหารจะดำเนินการเยี่ยงไร
แม้จะมีการจ่ายเงินค่าข้าวให้ชาวนาไปแล้ว แต่ก็เหมือนกับการเริ่มต้นเพียงก้าวแรกเท่านั้น และยังมีก้าวต่อๆ ไปอีกที่จะตามมา
นับตั้งแต่คำถามสำคัญก็คือจะทำอย่างไรกับนโยบายข้าวนาปีฤดูกาลผลิต 2557/2558
รัฐบาลก่อนใช้การจำนำในราคาสูงลิ่วถึง 1.5 หมื่นบาทต่อเกวียน สร้างสารพัดปัญหา ทั้งการส่งออกข้าว การทุจริต ชาวนาไม่ได้เงินค่าข้าวตามที่ตั้งไว้ จนหลังสุดไม่ได้เงินค่าข้าวเอาเลย
แน่นอนว่าคณะทหารต้องยกเลิกการจำนำในราคาสูง แต่ใช้มาตรการใดช่วยเหลือชาวนา
จะใช้ประกันภัยพืชผล จะใช้การประกันรายได้ หรือจะลดราคาจำนำ ฯลฯ
เหล่านี้ต้องอธิบายให้ชาวนาได้รับรู้และให้ชาวนายอมรับ
ถัดมาเป็นการแก้ปัญหาใหญ่โตมโหฬาร คือ สต๊อกข้าวที่มีเกือบ 20 ล้านตันข้าวสาร
ข้าวส่วนหนึ่งมีภาระต้องส่งออก แต่ก็ยังตกค้างอีกกว่า 10 ล้านตัน กองล้นโกดังอยู่
สต๊อกข้าวทั้งหมดจำเป็นต้องแยกดำเนินการในหลายด้าน
เริ่มจากการระบายสต๊อก จะทำอย่างไรโดยมีเงื่อนไขไม่ให้ราคาข้าวลดต่ำลงมากเกิน ภายใต้เงื่อนเวลาที่ห้ามช้าเกินไป ไม่เช่นนั้นคุณภาพข้าวจะเสื่อมลงเรื่อยๆ
นี่แหละ ยากมาก
ยิ่งระบายข้าวช้าเท่าใด ตัวเลขขาดทุนจะยิ่งเพิ่มเป็นเงาตามตัว
ในอีกด้าน ต้องตรวจสอบสต๊อกข้าวทั้งหมด ทั้งในแง่ปริมาณและคุณภาพข้าว
เพราะเงื่อนไขการจำนำข้าวดันกำหนดว่า โรงสี โกดังผู้รับฝากเก็บข้าวของรัฐ จะรับประกันเฉพาะปริมาณข้าวเท่านั้น แต่ไม่ต้องรับผิดชอบเรื่องคุณภาพข้าว
นี่แหละ จะทำให้เกิดการเล่นงิ้ว เอาข้าวคุณภาพต่ำมาจำนำโดยแจ้งเป็นข้าวคุณภาพสูง
และอีกประเด็นที่สำคัญก็คือจะต้องดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นอดีตนักการเมือง ข้าราชการ หรือพ่อค้า
โครงการข้าวเป็นโครงการที่ทุจริต ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ จนยอดขาดทุนบานทะโร่ไปถึง 5 แสนล้านบาท มีตัวเลขข้าวหายไปถึง 3 ล้านตัน ซึ่งทำท่าจะเป็นข้าวลม โดยไม่มีการซื้อข้าวจริง แต่ทำตัวเลขหลอกขึ้นมา หรือไม่ก็หายระหว่างการจัดเก็บ
หลายหน่วยงานเข้ามาตรวจสอบการทุจริตโครงการข้าวแล้ว แต่ก็น่าจะใช้อำนาจพิเศษในขณะนี้ เข้าไปสะสางสร้างตัวอย่างให้เห็น
ไม่ว่าจะเป็นปลาใหญ่ ปลาซิว ปลาสร้อย ถ้าทุจริตหรือมีส่วนรู้เห็น
หว่านแหจับเอามาให้หมด
ทอดกรอบแล้วจับติดคุกให้เข็ด







