
ใครไม่เป็นธรรม
กลายเป็นวันที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เมื่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
กลายเป็นวันที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เมื่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ขีดเส้นตายให้ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มาชี้แจงกรณีปัญหาทุจริตโครงการรับจำนำข้าวในวันนี้
โครงการรับจำนำข้าว จึงถูกมองว่าเป็นกับดักทั้งของยิ่งลักษณ์ ทั้งของรัฐบาล ทั้งของพรรคเพื่อไทย
และกระแสเสียงที่ออกมาเป็นระลอกก็คือ การขอความเป็นธรรม ความพยายามสร้างภาพว่า ป.ป.ช. กำลังตัดสินแบบ 2 มาตรฐาน เหมือนแผ่นเสียงตกร่องทำนองเดียวกันไม่ผิดเพี้ยน
แต่ทว่าสิ่งที่น่าคิดให้มากก็คือก่อนที่จะเรียกร้องขอความเป็นธรรม รัฐบาลเองก็ควรจะให้ความเป็นธรรมกับประชาชนเช่นกัน
เริ่มตั้งแต่ผู้เสียภาษี ที่จะต้องเป็นผู้รับภาระผลขาดทุน
ต้นตอการขาดทุนเกิดจากโครงการข้าวทุจริตกันอย่างมโหฬาร ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ กลายเป็นการกินแบ่ง ผสมกับกินรวบในบางขั้นตอนอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน จนขาดทุนป่นปี้อย่างที่เห็น
หลักฐานที่ปรากฏชัดถึงการทุจริต อาทิ ตอนเริ่มจำนำก็ตีราคาข้าวเป็นข้าวคุณภาพดี พออยู่ๆ ไป ข้าวที่มีอยู่ดันกลายเป็นข้าวคุณภาพต่ำ จากเดิมข้าวที่รับจำนำมีอยู่เต็มโกดัง ต่อมากลายเป็นข้าวล่องหน ยังไม่นับบัญชีข้าวปิดไม่ได้ มีวงเงินที่โป่งขึ้นหลายหมื่นล้านบาทอย่างไม่มีหลักฐานมาอธิบาย ฯลฯ
ไม่ต้องเรียกหาใบเสร็จหรอก ข้าวที่อยู่ในโกดังคือหลักฐานชัดเจนในตัวเอง
อย่างนี้เป็นธรรมกับผู้เสียภาษีหรือไม่
ที่สำคัญโครงการรับจำนำข้าวยังไม่รู้อนาคตเลยเจ๊งเท่าไหร่ โดยตัวเลขการขาดทุนเป็นระเบิดเวลาลูกใหญ่ เป็นความลับสุดขอบฟ้าที่รัฐบาลปิดบังไม่ยอมให้ความจริงปรากฏ
นี่แหละ มันเป็นธรรมแล้วหรือ
โครงการรับจำนำข้าว ไม่เป็นธรรมกับประเทศ จากที่ไทยเคยเป็นผู้ส่งออกข้าวอันดับ 1 ของโลก แต่โครงการนี้ทำให้หล่นมาอยู่อันดับ 2 ไม่ก็อันดับ 3
โครงการรับจำนำข้าว ไม่เป็นธรรมกับชาวนา ที่ได้รับเพียงเศษเนื้อส่วนน้อย แต่ผลประโยชน์ส่วนใหญ่กลับตกกับพ่อค้าคนกลาง โรงสี และนักการเมือง
โครงการรับจำนำข้าว ไม่เป็นธรรมกับพ่อค้าที่สุจริต แต่กลับต้องเสียเปรียบพ่อค้าที่ร่วมมือฉ้อฉล กับพวกกินสินบาทคาดสินบน
สิ่งเหล่านี้ล้วนแต่ไร้ความเป็นธรรมทั้งสิ้น
ก่อนจะขอความเป็นธรรมออกมา ก็ควรย้อนกลับไปดูตัวเองให้ดี
เป็นธรรมกับประเทศ กับประชาชนหรือยัง







