
มันเป็นเช่นนั้นเอง
สภาพการเมืองในปัจจุบันอยู่ในสภาพอึดอัดเป็นเงื่อนปมที่ไม่เคยมีมาก่อน
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
สภาพการเมืองในปัจจุบันอยู่ในสภาพอึดอัดเป็นเงื่อนปมที่ไม่เคยมีมาก่อน
แต่หากพิจารณาให้ดี ทั้งหมดเป็นวิถีประชาธิปไตยที่ต้องเกิดขึ้น หลีกเลี่ยงได้ยาก
เพราะรากฐานของปัญหาการเมือง มาจากประชาชนไม่ได้เป็นเจ้าของและไม่ได้หวงแหนอำนาจประชาธิปไตยของตัวเอง
นับตั้งแต่การเปลี่ยนแปลงการปกครองแผ่นดิน เมื่อปี พ.ศ. 2475 เกิดจากคนกลุ่มน้อย ประชาชนไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้ โดยก่อนหน้านี้ไม่กี่สิบปี ประเทศไทยหรือสยามในอดีตยังมีทาสอยู่เลย
กฎหมายเลิกทาสฉบับหลังสุดที่ออกมา เกิดขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อปี พ.ศ. 2448 ซึ่งได้แก่พระราชบัญญัติเลิกทาส ร.ศ. 124
หรือการเปลี่ยนแปลงการปกครองห่างจากกฎหมายเลิกทาสแค่ 27 ปี
นี่แหละประชาธิปไตยไทยจึงไม่ใช่สิ่งที่ระเบิดจากข้างใน ไม่ใช่สิ่งที่ประชาชนเป็นเจ้าของ หรือเรียกร้อง
จากนั้นมาประชาธิปไตยกลายเป็นสมบัติผลัดกันชมของผู้มีอำนาจ
ยุคแรกอำนาจการเมืองอยู่ในมือทหารที่ผลัดกันปฏิวัติ รัฐประหาร จนกระทั่งมาถึงยุคประชาธิปไตยผลิใบ อำนาจก็ตกอยู่กับนักการเมืองและทุนท้องถิ่น กลายเป็นสภาพ 2 นคราประชาธิปไตยที่คนต่างจังหวัดตั้งรัฐบาล คนกรุงเทพฯ ล้มรัฐบาล
และในปัจจุบัน ประชาธิปไตยตกอยู่ในอำนาจกลุ่มทุนระดับประเทศ ที่มีทุนและการบริการจัดการที่เหนือกว่าทุนท้องถิ่นเดิม
ทุนระดับประเทศจึงครอบครองอำนาจทางการเมืองเบ็ดเสร็จเด็ดขาด
ที่ผ่านมา อำนาจประชาธิปไตยจึงไม่ได้อยู่ในมือประชาชน อาจมีบ้างเพียงแค่เวลาไม่กี่นาทีก่อนกาบัตรเลือกตั้ง แต่หลังจากนั้นอำนาจทั้งหมดก็ถูกเปลี่ยนถ่ายไปอยู่ในกลุ่มการเมืองเพื่อใช้แบ่งปันจัดสรรผลประโยชน์
ประชาธิปไตยจำเป็นต้องใช้เวลา บางประเทศนานนับร้อยปี เพื่อให้ประชาชนเข้าใจ เข้าถึง และพัฒนาจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิต
จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่บ้านเมืองกำลังเผชิญปัญหาที่เป็นอยู่ เนื่องจากการตื่นรู้ของประชาชน ทำให้ปะทะกับสิ่งที่แฝงตัว เกาะกินในระบอบประชาธิปไตย เกิดการต่อสู้อย่างเปิดเผย
ถือเป็นการเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านที่สำคัญ โดยมีเพียง 2 ทางเลือกเท่านั้น
นั่นคือเราหลุดออกจากหลุมดำได้สำเร็จ
หรือต้องตกอยู่ในห้วงความมืดมิดชั่วอนันตกาล







