
เคารพเพื่อสงบ
การเมืองไทยกำลังเข้าสู่สถานการณ์ที่เรียกว่า “จุดเปลี่ยน” อีกครั้ง หลังจากปรากฏความเคลื่อนไหวขององค์กรสำคัญสององค์กร
โดย...ไพบูรณ์ กระจ่างวุฒิชัย
การเมืองไทยกำลังเข้าสู่สถานการณ์ที่เรียกว่า “จุดเปลี่ยน” อีกครั้ง หลังจากปรากฏความเคลื่อนไหวขององค์กรสำคัญสององค์กร คือ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และศาลรัฐธรรมนูญ ในการพิจารณาคดีสำคัญที่เป็นที่จับตาของสังคม
เริ่มจาก ป.ป.ช.เตรียมลงมติชี้มูลความผิด สมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานรัฐสภา และ นิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภา ในฐานะรองประธานรัฐสภา หรือไม่จากกรณีการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับที่มาของ สว.
ผลของคดีนี้ หากคณะกรรมการ ป.ป.ช. ลงดาบฟันทั้งสองคน คดีจะถูกส่งต่อไปให้วุฒิสภาดำเนินการลงมติถอดถอน แต่สำหรับในรายของนิคมจะต้องยุติการปฏิบัติหน้าที่ประธานวุฒิสภาชั่วคราวตามกฎหมาย
อีกเรื่องเป็นของศาลรัฐธรรมนูญ โดยในวันที่ 21 มี.ค. จะมีการวินิจฉัยว่าการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ. เป็นโมฆะหรือไม่ ตามคำร้องที่ผู้ตรวจการแผ่นดินส่งมาให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา หากศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่าไม่โมฆะ ทางคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะต้องเดินหน้าจัดการเลือกตั้งในเขตที่เหลือให้เสร็จ แต่ถ้าผลการวินิจฉัยออกมาตรงกันข้ามแน่นอนว่าจะมีคดีฟ้องร้องรัฐบาลตามมาอีกยาว
แต่เหนืออื่นใดสิ่งที่น่าเป็นห่วง คงหนีไม่พ้นการเคลื่อนไหวของมวลชนเสื้อแดงและพรรคเพื่อไทย ที่แสดงท่าทีไม่ยอมรับการทำงานขององค์กรอิสระล่วงหน้า หรือการตั้งความหวังของ กปปส. ที่ต้องการให้ผลการตัดสินออกมาตรงกับความต้องการของตัวเอง
ดังนั้น ต้องทุบโต๊ะเพื่อเรียกร้องให้ทุกฝ่ายเห็นว่า การส่งสัญญาณไม่ยอมรับผลการตัดสินอย่างใดอย่างหนึ่งขององค์กรอิสระ ย่อมทำให้ความสงบสุขไม่สามารถบังเกิดขึ้นมาได้







