
ใจช้างใจมด
เห็นทีต้องตั้งตารอกันต่อไปสำหรับเงินงบกลาง 2 หมื่นล้านบาท ที่จะมาจ่ายหนี้ให้ชาวนา ซึ่งจำนำข้าวเอาไว้ก่อนการยุบสภา
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
เห็นทีต้องตั้งตารอกันต่อไปสำหรับเงินงบกลาง 2 หมื่นล้านบาท ที่จะมาจ่ายหนี้ให้ชาวนา ซึ่งจำนำข้าวเอาไว้ก่อนการยุบสภา
เดิมทีมีการตีฆ้องร้องป่าว เงินก้อนที่ว่าจะไหลบ่าออกมาตั้งแต่สัปดาห์ก่อน แต่รอแล้วรอเล่าก็เฝ้าแต่รอ ยังไม่มีเล็ดลอดมาสักสลึง
และเห็นทีต้องรอต่อไปใครจะใจกล้าลงนามในสัญญาเงินกู้
สาเหตุเนื่องจากการใช้งบกลาง เป็นการซิกแซกพิสดารพันลึก ชนิดที่ไม่เคยมีมาก่อน เหมือนหลากหลายวิธีรัฐบาลพยายามกระทำ แต่สุดท้ายก็ไม่สำเร็จสักอย่าง
ทั้งนี้ การใช้งบกลาง 2 หมื่นล้านบาท เป็นการใช้ช่องที่อยู่ใน ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการ พ.ศ. 2547
ระเบียบที่ว่า หลักใหญ่ใจความก็คือจะให้ส่วนราชการสามารถเบิกเงินทดรองจ่ายเอาไว้ เป็นค่าใช้จ่ายจิปาถะที่ยังไม่ได้ตั้งงบประมาณ หรืองบประมาณไม่พอ
อาทิ ค่าจ้างรายวัน หรือการจ้างงานแต่ละครั้ง ซึ่งไม่กำหนดจ่ายเป็นงวดแน่นอน
เงินสวัสดิการกรณีเหตุพิเศษ อาทิ งบการศึกษาของบุตร การรักษาพยาบาล
การสำรองเงินเป็นค่าทดรองจ่ายในงบดำเนินงานอื่นๆ ยกเว้นค่าไฟฟ้า ค่าน้ำประปา
ราชการส่วนกลางจะถือเงินสดทดรองจ่ายได้ไม่เกิน 1 แสนบาท ส่วนภูมิภาค 3 หมื่นบาท ที่เหลือต้องเอาไปฝากธนาคารเอาไว้
ระเบียบที่ออกมาจึงมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยบริหารเงินเผื่อเหลือ เผื่อขาดของราชการ
แต่ทว่าดันมีการพลิกช่องเอามาใช้สำหรับจ่ายค่าข้าวเสียนี่
ช่องทางที่ว่าคือในระเบียบเงินทดรองจ่ายมีข้อความ กรณีมีเหตุพิเศษ ให้กระทรวงการคลังอนุมัติให้มีเงินทดรองจ่ายเป็นการเฉพาะเรื่องได้
ก็เลยใช้ช่องที่มีอยู่ เอางบกลาง2 หมื่นล้านบาทมาใช้อย่างที่เห็น
แต่เงินราชการ จะเอาไปใช้อีลุ่ยฉุยแฉกไม่ได้
งบกลาง 2 หมื่นล้านบาท จึงต้องมีผู้ลงนามรับผิดชอบใช้คืนภายในสิ้นเดือน พ.ค.นี้
ถ้าขายข้าวไม่ได้ หมุนเงินไม่ทัน การเมืองเปลี่ยนแปลง เงินสะดุดขึ้นมา ใครลงนามเอาไว้ก็ต้องชดใช้
และที่สำคัญเป็นการรับผิดชอบส่วนตัว จะเอาตำแหน่งหรือให้คนอื่นมาร่วมรับผิดชอบด้วยไม่ได้
นี่แหละ เลยโกลาหล
ข้าราชการที่เกี่ยวข้องส่ายหน้าไม่ลงนามท่าเดียว โดยยกเหตุผลว่า เงินเกิน 500 ล้านบาท เป็นอำนาจรัฐมนตรี
เลยต้องดูใจบรรดารัฐมนตรีที่เคยรักชาวนาหนักหนา พอถึงคราวตัวเองต้องรับผิดชอบจะกล้าแบบที่เคยสั่งให้คนอื่นเอาคอไปพาดเขียงหรือเปล่า
ขนาดหัวใจใครจะเท่ามด ใครจะเท่าช้าง
อีกไม่นานก็รู้







