
รู้ผลแพ้ชนะ
สถานการณ์บ้านเมืองเข้าสู่ช่วงสำคัญ ทั้งหมดเป็นผลจากการที่จะมีการยื่นตีความรัฐธรรมนูญว่า รัฐบาลรักษาการ สิ้นสภาพไปแล้วหรือไม่
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
สถานการณ์บ้านเมืองเข้าสู่ช่วงสำคัญ
ทั้งหมดเป็นผลจากการที่จะมีการยื่นตีความรัฐธรรมนูญว่า รัฐบาลรักษาการ สิ้นสภาพไปแล้วหรือไม่
ประเด็นปัญหามาจากบทบัญญัติรัฐธรรมนูญที่กำหนดว่า หลังการยุบสภารัฐบาลต้องพ้นสภาพไปด้วย แต่ที่ต้องรักษาการก็เพื่อรอจนกว่าจะมีการประชุมสภา สรรหานายกฯ และ ครม.ชุดใหม่จะเข้ามา
อำนาจรัฐบาลรักษาการ จึงเป็นอำนาจพิเศษตามรัฐธรรมนูญ
ขณะเดียวกัน รัฐธรรมนูญยังกำหนดอีก ภายใน 30 วัน หลังการเลือกตั้ง จะต้องเปิดประชุมสภาครั้งแรก เพื่อเข้าสู่กระบวนการเลือกนายกฯ ต่อไป
อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการเลือกตั้งไปเมื่อวันที่ 2 ก.พ. แต่ว่ายังมีปัญหา สส.ไม่ครบ
เมื่อมี สส.ไม่ครบก็เปิดสภาและเลือกนายกฯ ไม่ได้ ซึ่งขัดต่อบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ
และสุดท้ายผลที่ตามมาก็คือ อำนาจรัฐบาลรักษาการต้องหมดลงไปด้วยเช่นกัน
ประเด็นทั้งหมด จะมีการยื่นตีความไปยังศาลรัฐธรรมนูญ และจะเห็นภาพที่ชัดเจนในสัปดาห์นี้
สิ่งที่สำคัญก็คือการพิจารณาจะเป็นรูปแบบใด
หากศาลรัฐธรรมนูญตีความว่ารัฐบาลรักษาการยังไม่สิ้นสภาพ ทุกอย่างก็เข้าภาวะเดิม คือ การยันกันไปยันกันมา
แต่ถ้าตีความอีกด้านว่ารัฐบาลรักษาการสิ้นสภาพแล้ว นั่นจะต้องเข้าสู่การเสนอชื่อนายกฯ คนใหม่เพื่อแก้ปัญหาสุญญากาศทางการเมือง
และขั้นตอนที่ว่า อาจเป็นวิธีพิเศษที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน
สาเหตุเพราะปัจจุบันในสภาพที่ไม่มีประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำให้เกิดปัญหาใครจะมีอำนาจเสนอชื่อนายกฯ
ทางออกก็คือต้องให้ประธานวุฒิสภาทำหน้าที่แทน
แต่ประธานวุฒิสภาคนปัจจุบัน คือ นิคม ไวยรัชพานิช เป็น สว.มาจากการเลือกตั้ง ซึ่งครบวาระและสิ้นสุดสมาชิกภาพการเป็น สว.แล้ว จึงสุ่มเสี่ยงต่อการทำหน้าที่ประธานวุฒิสภาต่อไปอีก
ดังนั้นบุคคลที่จะทำหน้าที่แทนก็คือ สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานวุฒิสภา คนที่ 1ที่เป็น สว.สรรหาและยังไม่สิ้นสุดสภาพ
ถ้าเป็นเช่นนั้น ก็จะเห็นการสรรหานายกฯ คนกลาง โดยใช้อำนาจ ตามมาตรา 3 และมาตรา 7 ของรัฐธรรมนูญ
นี่แหละ การเมืองถึงเข้าโค้งสำคัญ และทุกฝ่ายต่างจัดกระบวนทัพเพื่อรับมือ
บ้านเมืองจะมีทางออกเช่นไร
อีกไม่นานรู้ผล...!!!







