
แผ่นดินศักดิ์สิทธิ์
หงายเงิบไปตามๆ กัน ภายหลังจากการติดตามคดีการปาระเบิดใส่เวที กปปส.ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
หงายเงิบไปตามๆ กัน ภายหลังจากการติดตามคดีการปาระเบิดใส่เวที กปปส.ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย
เพราะเหตุการณ์ครั้งนี้สามารถเชื่อมโยงถึงการปาระเบิดที่ถนนบรรทัดทอง เมื่อวันที่ 17 ม.ค.ที่ผ่านมา ที่โยนใส่ขบวนของสุเทพ เทือกสุบรรณ และมวลชน กปปส.
ระเบิดที่โยนใส่มวลชนที่บรรทัดทองในครั้งนั้นมีความพยายามสร้างกระแสข่าว เอาคลิปมาคาดเดา สร้างเรื่องทำนองว่า เป็นฝีมือที่ กปปส. ทำกันขึ้นเอง เพื่อเรียกมวลชน
แต่ทว่าหลังเกิดเหตุซ้ำอีกที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย หลักฐานต่างๆ ระบุชัดไม่ใช่เป็นอย่างที่โป้ปดกุเรื่องขึ้นมา
พวกที่เคยออกมาลอยหน้าลอยตาโกหกชาวบ้าน ต้องหุบปากเงียบกริบ
เพราะระเบิดที่ใช้ในเหตุการณ์ทั้งสองครั้งเป็นแบบเดียวกันคือ ระเบิดขว้าง RGD5
ซ้ำร้ายจากการตรวจของตำรวจ พบว่า กระเดื่องนิรภัยทั้งสองจุดเป็นชุดเดียวกัน มีหมายเลข หรือ Serial Number เป็นเลข 48 เหมือนกัน
แสดงว่าระเบิดทั้งสองลูกผลิตครั้งเดียวกันและได้มาพร้อมๆ กัน
ที่สำคัญการปาระเบิดครั้งหลังสุดมีกล้องวงจรปิดจับภาพมือระเบิดได้ เป็นชายอายุประมาณ 30-35 ปี สูงประมาณ 172 ซม. มีลักษณะเด่นที่คาง
รูปคนร้ายถูกเผยแพร่อย่างกว้างขวาง พร้อมๆ กับการเอารูปผู้ต้องสงสัยมาเทียบเคียงให้เห็นชัดเจนว่าคล้ายคลึงกับใคร พวกไหนกันแน่
ยิ่งเฉพาะเมื่อไปตรวจสอบกับคดีที่เคยเกิดขึ้นในช่วงเดือนนี้ อาทิ การแขวนระเบิดขู่หน้าบ้านราเชน ตระกูลเวียง กปปส.นนทบุรี การจับกุมชายหญิงรวม 4 คนที่มีอาวุธ ก็ล้วนแต่เป็นระเบิด RGD5
เมื่อมีหลักฐานมัดมากมาย เสียงที่เคยดังขรม แหกตาคนทั้งประเทศว่า ระเบิดบรรทัดทองโยนกันเองก็เริ่มกลายเป็นมหกรรมหน้าแหก
เพราะพยานหลักฐานที่ได้โดยเฉพาะตัวแบบและรุ่นของระเบิดที่ใช้มีลักษณะเฉพาะ ยืนยันความเชื่อมโยงได้หมด
ระเบิดรุ่นนี้มีประวัติเคยถูกนำมาใช้เพื่อข่มขู่ ตำรวจเคยมีประวัติการจับกุมผู้ลักลอบครอบครองมาแล้ว จนล่าสุดมีภาพคนร้ายให้เห็น
ประเทศนี้แผ่นดินนี้ศักดิ์สิทธิ์
ใครทำชั่วก็ต้องได้ชั่ว ไม่ว่าพวกใดจะพยายามบิดเบือนข้อเท็จจริงไปขนาดไหนก็ตามที
แต่สิ่งที่ต้องจับตาต่อก็คือจะเกิดรายการปั้นน้ำเป็นตัวอะไรอีก โดยเฉพาะหากจับมือระเบิดได้สำเร็จ
คอยดูดีๆ มหกรรมหนังหนาหน้าตายจะฉายหนังโกหกซ้ำอีกแน่นอน







