
มันคือสงคราม
สถานการณ์ทางการเมืองเหมือนมีความจงใจให้เกิดความรุนแรงมากยิ่งขึ้น ด้วยการใช้ระเบิด ใช้ชีวิตประชาชนเป็นเครื่องมือ
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
สถานการณ์ทางการเมืองเหมือนมีความจงใจให้เกิดความรุนแรงมากยิ่งขึ้น ด้วยการใช้ระเบิด ใช้ชีวิตประชาชนเป็นเครื่องมือ
ก่อนหน้านี้ ความรุนแรงจำกัดอยู่เฉพาะในกลุ่มการ์ด กปปส. มุ่งโจมตีตอนกลางคืน แต่ในขณะนี้กลับมุ่งเล่นงานประชาชน และกระทำตอนกลางวัน
เหตุรุนแรงปะทุขึ้นนับตั้งแต่วันที่ 17 ม.ค.ที่ผ่านมา คนร้ายขว้างระเบิดใส่ขบวน สุเทพ เทือกสุบรรณ และมวลชน กปปส. ที่ถนนบรรทัดทอง ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 38 คน เสียชีวิต 1 คน
ถัดมาเมื่อวานนี้มีการปาระเบิดที่เวทีอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิซ้ำอีก
พฤติกรรมดังกล่าวอุกอาจมาก โดยปาใส่กลางวันแสกๆ
หลังจากระเบิดลูกแรกทำลายล้างแล้ว มวลชนเห็นมือระเบิดกำลังหนีจึงวิ่งตามไปจับ คนร้ายตอบโต้ด้วยการขว้างระเบิดอีกลูก และชักปืนยิงใส่มวลชนก่อนหลบหนีไป
เหตุการณ์ล่าสุดมีผู้บาดเจ็บ 28 คน
ประเด็นสำคัญก็คือหน่วยกู้ระเบิดยืนยันว่าระเบิดครั้งล่าสุดเป็นระเบิดขว้างสังหาร RGD-5 ของจีนหรือรัสเซีย ชนิดเดียวกับระเบิดสังหารที่บรรทัดทอง
และกระเดื่องในจุดเกิดเหตุทั้ง 2 แห่งก็มีลักษณะเดียวกัน
นี่แหละ ความรุนแรงที่ทวีเพิ่มขึ้น
ทั้งหมดเหมือนจะเข้าทางรัฐบาลอย่างน่าประหลาดใจ...!!!
สภาความมั่นคงแห่งชาติ ระบุว่าระเบิดที่เวทีอนุสาวรีย์ชัยฯ ชี้ให้เห็นความรุนแรงสามารถเกิดขึ้นได้ในทุกพื้นที่ ไม่ใช่แค่ช่วงเวลากลางคืน
นอกจากนั้นการประกาศยกระดับการชุมนุมในภาคใต้เท่ากับเป็นการขยายพื้นที่ทำให้การดูแลรักษาความปลอดภัยยากลำบาก
ความรุนแรงในขณะนี้จึงเข้าข่ายการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ...!!!
ทั้งหมดเหลือเพียงเงื่อนไขการก่อการร้ายก็เป็นอันประกาศได้เลย
พูดไม่พูดเปล่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทำเรื่องเสนอให้รัฐบาลประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินตั้งแต่เมื่อ 3 วันก่อน โดยอ้างว่าเพื่อให้ง่ายต่อการปฏิบัติหน้าที่ในการดูแลรักษาความปลอดภัย
นี่แหละ ปฏิบัติการที่กำลังใส่เกียร์ 5 หน้าเดิน
และหากใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินจริง ก็เท่ากับว่าเป็นการดึงให้ทหารออกมาจากถ้ำ เพื่อให้สั่งการและใช้กำลังทหารอย่างเต็มที่
นี่แหละ ความเคลื่อนไหวท่ามกลางควันระเบิด เลือด น้ำตา และชีวิตของประชาชน
เป็นความตั้งใจลากประเทศเข้าสู่ภาวะสงครามโดยแท้







