
แก้ที่ต้นตอ
การเคลื่อนไหวของมวลมหาประชาชน ต้องการปฏิรูปการเมืองนั้น น่าจะทำให้เกิดการฉุกคิดได้ว่าบ้านเมืองมีปัญหาเกือบทุกมิติ
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
การเคลื่อนไหวของมวลมหาประชาชน ต้องการปฏิรูปการเมืองนั้น น่าจะทำให้เกิดการฉุกคิดได้ว่าบ้านเมืองมีปัญหาเกือบทุกมิติ
ในด้านเศรษฐกิจก็ใช่ ที่จำเป็นต้องแก้ปัญหา ต้องปฏิรูปครั้งใหญ่
เศรษฐกิจติดหล่มลึกมานาน จากการส่งออกที่ซบเซาอย่างต่อเนื่อง
ไล่มานับตั้งแต่ปี 2554 ต่อเนื่องถึงปี 2556 ก่อนการรวมตัวของมหาประชาชนเสียอีก
ไม่เชื่อไปดูสถิติการส่งออกย้อนหลังก็ได้ว่า ข้อมูลที่แท้จริงเป็นอย่างไร
การส่งออกที่มีปัญหา ต้นตอสำคัญก็คือความสามารถในการแข่งขันของประเทศลดต่ำลง
ที่ผ่านมามีความพยายามบอกว่าต้องกระตุ้นการบริโภคในประเทศ เพื่อลดการพึ่งพาการส่งออก
สิ่งที่ตามมาก็คือสารพัดโครงการมหาประชานิยม อาทิ การขึ้นค่าแรง 300 บาท การประกันราคาข้าว 1.5 หมื่นบาท นโยบายรถคันแรก ฯลฯ
แต่การกระตุ้นการบริโภค รวมถึงสารพัดโครงการประชานิยมไม่ได้กระตุ้นเศรษฐกิจตามที่หวัง
มิหนำซ้ำกลับสร้างผลลบตามมาอย่างร้ายแรงเสียด้วยซ้ำ
การขึ้นค่าแรงให้ราคาสินค้าแพงหูดับตับไหม้
นโยบายรถคันแรก ทำให้เกิดปัญหาหนี้สิน เพราะเป็นการเอาเงินในอนาคตมาใช้ โดยยังไม่มีรายได้มาเสริม
คนซื้อรถคันแรก มีภาระในการผ่อนรถ เติมน้ำมัน เมื่อรวมถึงภาระผ่อนส่งอื่นๆ จึงหมดแรง ไม่มีกำลังจับจ่ายใช้เพิ่มขึ้นอีก ขณะที่รถยนต์ที่มีอยู่ก็เป็นสินทรัพย์ที่เสื่อมค่าลงเรื่อยๆ
ตั้งแต่ปีที่แล้ว กำลังซื้อในประเทศหดหายจากนโยบายรถคันแรก
ภาระหนี้สินจะยิ่งสำแดงในปีนี้ที่เศรษฐกิจซบเซา รายได้ไม่เป็นไปตามเป้า แต่รายจ่ายกลับเพิ่มสูงขึ้น
ดังนั้น การเพิ่มรายได้ เพิ่มการจับจ่ายใช้สอย จำเป็นต้องทำพร้อมๆ กับการเพิ่มประสิทธิภาพการแข่งขัน
การดำเนินการเพิ่มรายได้ด้วยนโยบายประชาชนเพียงด้านเดียว ไม่ต่างจากการสร้างปัญหาหนี้สินระยะยาว ทั้งหนี้ประเทศ หนี้ครัวเรือน เป็นการซุกหนี้ หมกหนี้เอาไว้รอวันระเบิด เป็นวิกฤตที่รออยู่ไม่หนีไปไหน
หากต้องการออกจากวังวนแห่งความเสื่อมถอย จำเป็นต้องเพิ่มประสิทธิภาพการแข่งขัน พร้อมๆ กับลดภาระหนี้สินจากประชานิยม
ทั้งหมดจะทำได้ก็ต่อเมื่อมีการปฏิรูปการเมือง เลิกระบบการเมืองที่ลด แลก แจก แถม มองแค่ผลระยะสั้น แต่สร้างปัญหาระยะยาว
ถ้าไม่แก้ที่การเมือง เศรษฐกิจก็รอดยาก







