posttoday
ธุรกิจสายการบินเริ่มไม่น่าสนใจ

ธุรกิจสายการบินเริ่มไม่น่าสนใจ

25 ธันวาคม 2556

โดย...จิตรา อมรธรรม รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟินันเซีย ไซรัส

โดย...จิตรา อมรธรรม รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟินันเซีย ไซรัส

ข่าวการลาออกจากตำแหน่งกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ของ คุณสรจักร เกษมสุวรรณ ที่บริษัท การบินไทย (THAI) แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 20 ธ.ค.ที่ผ่านมา ทำให้ดิฉันนึกขึ้นได้ว่า ควรเขียนถึงมุมมองการลงทุนในธุรกิจสายการบินในปีหน้า เพราะราคาหุ้นในกลุ่มสายการบินต้นทุนต่ำรวมถึงสนามบิน (ซึ่งมีตัวเลือกเพียงตัวเดียว คือ AOT) เป็นกลุ่มปรับตัวได้ดีมากในปีนี้ก่อนที่จะมีปัญหาเรื่องการเมือง แต่ปีหน้าจะเป็นปีที่ลำบากเสียแล้วกับธุรกิจสายการบิน ไม่เว้นแม้แต่สายการบินต้นทุนต่ำ

ปฏิเสธไม่ได้ว่าธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวได้รับผลกระทบโดยตรงจากปัญหาการเมือง แต่ข้อดีคือ เมื่อการเมืองจบโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าจบได้เร็ว นักท่องเที่ยวโดยเฉพาะชาวจีนซึ่งเป็นตลาดหลักของเราจะกลับมาได้เร็วเช่นกัน และถ้ามองศักยภาพของแหล่งท่องเที่ยวของไทยควบคู่ไปกับราคา อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยยังถือว่าอยู่ในทิศทางขาขึ้นได้อย่างน้อยอีก 2-3 ปีข้างหน้า แต่ธุรกิจสายการบินซึ่งพึ่งพาจำนวนนักท่องเที่ยวและเที่ยวบินกลับไม่ได้มีทิศทางขาขึ้นตามอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เหตุเพราะการแข่งขันที่สูงมากโดยเฉพาะทางด้านราคา

ในปีนี้ต้องยกให้กับธุรกิจสายการบินต้นทุนต่ำ ซึ่งถือว่าเป็นธุรกิจที่มาแรง แย่งส่วนแบ่งตลาดของสายการบินปกติไปได้มากพอสมควร ซึ่งทางฝ่ายวิเคราะห์ของ บล.ฟินันเซีย ไซรัส ก็ได้แนะนำ NOK เป็นหุ้นเด่นในกลุ่มนี้สำหรับการลงทุนในปีนี้ แต่มุมมองของเราในปีหน้าเห็นว่าธุรกิจสายการบินแม้แต่ประเภทต้นทุนต่ำก็ยังไม่น่าสนใจ เพราะการแข่งขันทวีความรุนแรงขึ้นจากผู้เล่นรายเดิมในธุรกิจที่มีการขยายจำนวนฝูงบิน และมีผู้เล่นรายใหม่เพิ่มขึ้น เช่น Thai Lion Air ซึ่งเริ่มให้บริการแล้ว Thai Air Asia X (ไม่มีความเกี่ยวข้องกับ AAV) จะเริ่มให้บริการไตรมาสแรกของปีหน้า และ Nok Scoot ให้บริการไตรมาส 4 ปีหน้า (เป็นคู่แข่งโดยตรงกับ Thai Air Asia X และมีผู้ถือหุ้นคือ NOK แต่สัดส่วนยังไม่ชัดเจน)

ปริมาณฝูงบินที่เพิ่มสูงขึ้นในอัตราที่มากกว่าปริมาณความต้องการท่องเที่ยวมาก ย่อมกระทบต่อราคาค่าบริการ แม้จะดีต่อผู้บริโภคแต่ไม่ดีกับผู้ประกอบการแน่นอน เราคาดกำไรของผู้ประกอบการในธุรกิจสายการบินในปี 2557 เติบโตในอัตราต่ำกว่า 10% ซึ่งเป็นอัตราการเติบโตที่ต่ำสุดในรอบกว่า 2 ปี ในขณะที่ THAI นั้น แนวโน้มผลการดำเนินงานในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้คาดว่ายังขาดทุนต่อเนื่องในจำนวนที่เพิ่มมากขึ้น ทั้งจากการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น และปัจจัยทางการเมือง ซึ่งทำให้คาดว่า Cabin Factor มีแนวโน้มตกต่ำและลดลงจากปีก่อน รวมทั้ง Passenger Yield ที่จะฟื้นตัวช้า นอกจากนั้น คาดว่าจะมีรายการพิเศษเป็นการขาดทุนด้อยค่าสินทรัพย์อีกราว 2,000-3,000 ล้านบาท ซึ่งจะทำให้ทั้งปี 2556 คาดว่าจะมีผลขาดทุนสุทธิในระดับ 1 หมื่นล้านบาท และมีแนวโน้มขาดทุนต่อเนื่องในปี 2557 จากการแข่งขันที่ทวีความรุนแรง

จากสถิติในอดีตในปีที่ THAI เคยขาดทุนระดับ 1 หมื่นล้านบาท คือ ปี 2554 ขณะนั้น THAI ซื้อขายในระดับ PBV ต่ำสุดราว 0.6 เท่า โดยได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์สึนามิที่ประเทศญี่ปุ่นและเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ในประเทศไทย แต่ถ้าแม้ในปัจจุบันหุ้น THAI จะซื้อขายที่ PBV ต่ำกว่านั้น คือ 0.5 เท่า แต่ปัจจัยลบต่างๆ ที่|รุมเร้า รวมถึงในช่วงสุญญากาศในการดำเนินธุรกิจ เพราะขาดผู้นำองค์กร และแนวโน้มปี 2557 ที่น่าจะยังขาดทุนต่อเนื่อง จึงคิดว่า THAI อาจจะต้องซื้อขายต่ำกว่า 0.6 เท่า ที่เป็นจุดต่ำสุดในช่วง 3 ปีนี้ ซึ่งนักวิเคราะห์ของเรากำลังทบทวนประมาณการกำไรและราคาพื้นฐาน

แต่โดยรวมแล้วเราแนะนำนักลงทุนให้หลีกเลี่ยงธุรกิจสายการบินทุกประเภทสำหรับการลงทุนในปี 2557 ส่วนหุ้นที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่น่าสนใจกว่ามี AOT และธุรกิจโรงแรม (MINT) รวมถึงธุรกิจโรงพยาบาลที่ให้บริการคนไข้ชาวต่างชาติ (BH) เป็นต้น

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค