posttoday
สื่อโดนอีกแล้ว

สื่อโดนอีกแล้ว

24 ธันวาคม 2556

เวลามีสถานการณ์การชุมนุมทางการเมืองทีไร “สื่อมวลชน” (ภาคสนาม) ต้องกลายมาเป็นหนึ่งในผู้ถูกกระทำทุกที

โดย...คมนอกฝัก

เวลามีสถานการณ์การชุมนุมทางการเมืองทีไร “สื่อมวลชน” (ภาคสนาม) ต้องกลายมาเป็นหนึ่งในผู้ถูกกระทำทุกที

เฝ้ามองติดตามการชุมนุมของกลุ่มมวลมหาประชาชนในช่วงต้นๆ ก็แอบดีใจว่างานนี้พี่ๆ และเพื่อนๆ นักข่าวจะไม่ถูกคุกคามในทุกรูปแบบเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา หลังจากเห็นแกนนำหลายคนต่างขึ้นเวทีปราศรัยย้ำนักย้ำหนากับผู้ชุมนุมว่า “อย่าเข้าไปแทรกแซงการทำหน้าที่ของสื่อมวลชน”

แรกๆ ก็เป็นอย่างเรียบร้อย ระยะห่างระหว่าง “นักข่าวผู้ชุมนุม” อยู่ในระดับเหมาะสม โดยเฉพาะกับผู้ประกาศข่าวของสถานีโทรทัศน์ในภาคสนาม

จะมีบ้างที่มีผู้ชุมนุมมายืนด้านหลังผู้ประกาศ แต่ทุกอย่างก็ไม่มีอะไรรุนแรง

สุดท้ายเมื่อสถานการณ์เข้าสู่ภาวะตึงเครียด กปปส.เริ่มยกระดับความเข้มข้น ส่งผลให้มวลชนเริ่มมีอารมณ์ร่วมมากขึ้น จึงไม่แปลกที่สื่อมวลชนจะกลายเป็นหนึ่งในผู้ถูกกระทำอย่างที่เห็นใน 2 เหตุการณ์สำคัญ

เหตุการณ์ที่ 1 เกิดเมื่อวันที่ 22 ธ.ค. ในกรณีของผู้สื่อข่าวสำนักข่าวไทยและช่อง 3 ถูกมวลชนล้อมและเกือบถูกทำร้ายร่างกายที่ถนนราชดำเนิน แต่โชคดีที่ไม่มีความรุนแรงบานปลาย

เหตุการณ์ที่ 2 เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 23 ธ.ค. โดยผู้สื่อข่าวสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ถูกเป่านกหวีดใส่ระหว่างรายงานข่าวออกอากาศ

โดยเหตุผลหนึ่งที่มักอ้างว่าฟรีทีวีรายงานข่าวบิดเบือน คือ การระบุจำนวนตัวเลขผู้ชุมนุม

ถ้าติดตามดูกันจริงๆ จะเห็นว่าข่าวโทรทัศน์พยายามหลีกเลี่ยงการรายงานเรื่องตัวเลขมานานแล้ว ไม่เว้นแม้แต่หนังสือพิมพ์

พวกเขาเห็นครับว่าเรื่องตัวเลขในบริบทของการชุมนุมทางการเมืองเป็นอะไรที่วัดไม่ได้หรือวัดลำบาก และแถมยังเป็นเรื่องอ่อนไหวด้วย

หรือต่อให้วัดด้วยการเอาสัดส่วนของผู้ชุมนุมมาคำนวณลงกับพื้นที่ ก็มีคำถามตามมาอีกอยู่ดีว่าเป็นระบบที่ถูกต้อง 100% หรือไม่

สื่อมวลชนแต่ละสำนักจึงเห็นว่าทางออกที่ดีที่สุด คือ การนำเสนอภาพข่าวบรรยากาศของการชุมนุมออกไปเพื่อให้สังคมตัดสินกันเอง

ในทางกลับกัน หากใครเห็นว่านักข่าวคนไหนรายงานข่าวบิดเบือนขัดต่อจรรยาบรรณวิชาชีพ ก็สามารถส่งหลักฐานที่ทุกวันนี้หาได้ในสื่อสังคมออนไลน์ไปให้ผู้บังคับบัญชาของผู้สื่อข่าวคนนั้นดำเนินการตามระเบียบได้

แน่นอนว่า การปฏิรูปประเทศในอนาคต “สื่อมวลชน” ในฐานะสถาบันหนึ่งของสังคมย่อมสมควรที่ถูกปฏิรูปในเชิงโครงสร้าง

ตั้งแต่การทำอย่างไรเพื่อให้ระบบทุนไม่เข้ามาผูกขาด ไปจนถึงการทำให้ระบบการควบคุมจริยธรรมกันเองของสื่อมวลชนไม่เป็นเสือกระดาษ

ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะไปแทรกแซงสื่อมวลชนอย่างที่เกิดขึ้น!

เพราะนอกจากจะไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุแล้วยังเป็นการกระทำที่สวนทางกลับคำว่า “สันติ อหิงสา”

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน