
สันติ-แตกหัก
ยังคงไม่สะเด็ดน้ำสำหรับสถานการณ์ทางการเมืองในขณะนี้
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
ยังคงไม่สะเด็ดน้ำสำหรับสถานการณ์ทางการเมืองในขณะนี้
แม้ทุกอย่างจะดูเหมือนว่า เริ่มมีทางออก เนื่องจากความรุนแรงลดลงไปอย่างชนิดที่สร้างปริศนาไปทั่ว แต่ในความเป็นจริงทั้งสองฝ่ายเหมือนกำลังพักยก คุมเชิงกันอยู่ โดยมีวันที่ 5 ธ.ค. เป็นหลักหมุดสำคัญ
ฝ่ายเครือข่ายประชาชน ยังคงไม่เลิกชุมนุม ขณะที่รัฐบาลก็ยังคงเป็นรัฐบาลที่บริหารประเทศอยู่ ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
ทั้งหมดตามมาด้วยกระแสข่าวมีการเจรจาหาทางออกแล้ว ข่าวการจองตั๋วเครื่องบินไปต่างประเทศ ข่าวลือ ข่าวปล่อย เกิดขึ้นมากมาย ชนิดที่เรียกว่าตามกันตรวจสอบไม่หวาดไม่ไหว ฯลฯ
ข่าวที่เกิดขึ้นอาจจะจริงหรือไม่จริงก็ได้ คงต้องอาศัยเวลาเท่านั้นเป็นเครื่องพิสูจน์
แต่สิ่งที่น่ากังวลยังคงอยู่ในจุดเดิม ก็คือ สุดท้ายแล้วสถานการณ์ทั้งหมดจะเป็นอย่างไร
ไอ้ที่เห็นๆ ไอ้ที่แน่ๆ บางทีก็ไม่แน่
และที่พอจะมองกันได้ ก็คือ หากทุกอย่างยุติ จบลงได้อย่างสันติ ก่อนวันที่ 5 ธ.ค. คงเป็นนิมิตหมายอันเป็นมงคลของประเทศ
ความรู้สึกคงจะเหมือนเมื่อวานนี้ที่ตำรวจเลิกปะทะกับประชาชน กลายเป็นการจับมือ ถ่ายรูป กอดกัน
พูดง่ายๆ เป็นความรู้สึกยกภูเขาออกจากอก ไม่อยากจะให้เกิดเรื่อง เกิดการบาดเจ็บล้มตาย
ในทางกลับกัน ถ้าสถานการณ์ยังยืดเยื้อออกไปเลยวันที่ 5 ธ.ค. บ้านเมืองนี้ก็จะถูกขับเคลื่อนเข้าสู่ภาวะความรุนแรงมากยิ่งขึ้น แสดงให้เห็นว่ายังไม่สามารถหาข้อยุติ ยังหาทางออกไม่ได้
รัฐบาลพร้อมสู้ ไม่มีถอย เรียกว่าสู้สุดซอย ขณะที่การชุมนุมของประชาชนก็ไม่ยอม
ที่ผ่านมาจึงอาจเป็นเพียงการสับขาหลอก ให้ตายใจกันเล่นๆ
ยิ่งเฉพาะเมื่อ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผู้บัญชาการทหารอากาศ ออกมาพูดว่า ผู้บัญชาการเหล่าทัพทั้งหมดมีความเป็นห่วงสถานการณ์ขณะนี้ โดยภายหลังพิธีเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวแล้ว พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผบ.สส.จะนัดหารือ ผบ.เหล่าทัพ เพื่อหาทางแก้ไขสถานการณ์บ้านเมืองที่เกิดความขัดแย้งในขณะนี้
นี่แหละ ยิ่งทำให้สถานการณ์หลังวันที่ 5 ธ.ค.เป็นต้นไป มีความซับซ้อนและต้องติดตามมากกว่าเดิม
ประเทศจึงเข้าสู่โค้งสุดท้ายที่สำคัญ
จะสันติ หรือทวีความรุนแรง อยู่ที่วันเวลาอีกไม่นานถัดจากนี้







