
เจรจาไปก็ไม่จบ
ในที่สุด ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็หงายไพ่ยื่นข้อเสนอให้กลุ่มต้านร่วม “เจรจา” เพื่อหาทางออกจากความขัดแย้ง
โดย...ชุษณ์วัฏ ตันวานิช
ในที่สุด ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็หงายไพ่ยื่นข้อเสนอให้กลุ่มต้านร่วม “เจรจา” เพื่อหาทางออกจากความขัดแย้ง
แม้กระบวนการเจรจากับคู่ขัดแย้งจะเป็นแนวทางสันติวิธีที่พึงกระทำที่สุด สามารถถอนฟืนออกจากกองไฟได้หลายครั้งในต่างประเทศ แต่ไม่ใช่ที่นี่ “ประเทศไทย”
เพราะการเจรจามักฝ่าวิกฤตได้สำเร็จในบริบทที่คู่ขัดแย้งต้องการหาทางออกจากสถานการณ์หนึ่งโดยตั้งอยู่บนข้อตกลงที่ทั้งสองฝ่ายยอมรับได้ร่วมกัน แต่ประเทศไทยไม่เป็นเช่นนั้น ข้อเรียกร้องที่ผ่านมาชัดเจนว่าสิ่งที่ฝ่ายต้านต้องการไม่ใช่ “ทางออก” หากแต่เป็น “ชัยชนะ”
และชัยชนะที่ว่าตั้งอยู่บนพื้นฐานอุดมการณ์สองฝั่งที่ไม่มีวันร่วมทางกันได้ ฝ่ายหนึ่งไม่เชื่อมั่นในระบบเสียงข้างมาก ต้องการระบบแต่งตั้งถ่วงดุลในวุฒิสภา พร้อมอ้าแขนรับ “กลไกพิเศษ” ระหว่างการต่อสู้ เป็นจุดยืนคู่ขนานกับอีกฝ่ายชนิดที่ยากจะบรรจบเป็นเส้นทางเดียวกัน
แนวคิดที่ปะทะกันสองฝั่งจึงยุ่งเหยิง พัวพัน และไม่สามารถจำกัดความขัดแย้งอย่างฉาบฉวยเพียงภาพการลุกฮือบนท้องถนน วันนี้คำถามที่ประชาชนต้องตั้งคำถามจึงไม่ใช่เพียงทำให้ม็อบหายไปได้อย่างไร รัฐบาลจะล้มหรือไม่ แต่คำถามคือ คุณต้องการระบอบ รูปแบบ และแนวทางการปกครองแบบไหนในประเทศนี้
เพราะต่อให้ม็อบหายไปใช่ว่าจะจบ หลังจากนี้จะร่างรัฐธรรมนูญใหม่หรือไม่ อยากได้โมเดลวุฒิสภาอย่างไร ล้วนคาบเกี่ยวบนทางเส้นนี้ ซึ่งบัดนี้มีเพียงเสียงประชาชนทั้งประเทศเท่านั้นที่จะฟันธงชะตากรรมของประเทศ
ด้วยเหตุที่ว่ามา จึงทุบโต๊ะได้เลยว่า เจรจาร้อยครั้งก็ไม่จบ แต่หนทางเดียว คือ ต้องยุบสภา คืนอำนาจการตัดสินใจให้ประชาชนเลือกเส้นทางที่ต้องการผ่านปลายปากกา







