
หูอื้อหรืออย่างไร
กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือไอเอ็มเอฟ เคยมีข้อเสนอให้รัฐบาลเลิกโครงการรับจำนำข้าว
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือไอเอ็มเอฟ เคยมีข้อเสนอให้รัฐบาลเลิกโครงการรับจำนำข้าว
สาเหตุเนื่องจาก โครงการจำนำข้าวที่ผ่านมานับเป็นหายนะ โดยขาดทุน1.36 แสนล้านบาทในฤดูกาลผลิต 2554-2555
ไอเอ็มเอฟระบุว่า การที่รัฐบาลจำนำข้าวสูงกว่าราคาตลาดประมาณ 40% ทำให้การขาดทุนเกิดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ขณะเดียวกันงบประมาณ 4.1 แสนล้านบาทสำหรับโครงการดังกล่าว ไม่น่าจะเพียงพอชดเชยกับการขาดทุนทั้งหมด
ปรากฏว่า หลังจากที่ไอเอ็มเอฟออกมาก็มีการโต้กลับจากรัฐบาล ทำนองว่าไอเอ็มเอฟไม่รู้จักประเทศไทยดีพอ เลยออกมาพูดแบบไม่รู้จริง ประมาณนั้น
แต่ถ้าพิจารณาให้ดี โครงการรับจำนำข้าวไม่ใช่เฉพาะไอเอ็มเอฟที่ออกมาบอกให้เลิก แต่บรรดานักวิชาการในไทยก็บอกให้เลิกเช่นกัน
เมื่อวานนี้ สมชัย จิตสุชน ผู้อำนวยการวิจัย สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวว่า การบริหารเศรษฐกิจของรัฐบาลที่ผ่านมาสร้างความเหลื่อมล้ำในสังคมเพิ่มมากขึ้น โดยเมื่อพิจารณาจากนโยบายภาคการคลัง มีการเก็บภาษีของคนมีรายได้น้อยมากกว่าคนที่มีรายได้สูงหรือคนรวย
ที่สำคัญรัฐบาลใช้เงินภาษีไปให้กับคนรวยมากกว่าคนจน
สำหรับโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล หากมีผลขาดทุนปีละ 1.5 แสนล้านบาท มีเงินเพียง 3 หมื่นล้านบาทเท่านั้นที่ตกอยู่ในมือของชาวนาที่ยากจน ที่เหลืออีก 1.2 แสนล้านบาท ตกอยู่กับชาวนาที่มีฐานะดี ผู้ประกอบการโรงสี ผู้ส่งออกบางราย นักการเมือง ข้าราชการ และชาวนาต่างประเทศ ทำให้ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจของไทยไม่ได้ลดลง
ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจทำให้มีช่องว่างของคนด้อยโอกาสสูงขึ้น ทั้งในวัยเด็ก คนทำงาน และคนแก่ เช่น ในส่วนเด็กเล็กพบว่ามีเด็กเพียง 1 ล้านคน จากทั้งหมด 5 ล้านคน ที่ได้รับเข้าศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ขณะที่คนทำงานส่วนใหญ่พบว่าไม่ได้อยู่ในระบบประกันสังคมถึง 70% ของแรงงานทั้งหมด ส่วนคนชรามีอีกจำนวนมากไม่ได้รับการดูแลจากรัฐบาล
จากการประเมินของทีดีอาร์ไอหากรัฐบาลจะจัดสวัสดิการให้กับกลุ่มทั้ง 3 กลุ่ม จะใช้เงิน 8.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งหากรัฐบาลยกเลิกโครงการจำนำข้าวเพียงอย่างเดียวก็สามารถนำเงินมาช่วยคนจนทั้งประเทศให้มีสวัสดิการได้อย่างเพียงพอ
นี่แหละ คำวิจารณ์จากทั้งภายในและภายนอกประเทศที่เป็นอยู่
แต่ไฉนถึงไม่รับฟังเอาเลย ทั้งๆ ที่เวลาเหลือน้อยเต็มทนแล้ว







