
นับถอยหลัง
ไม่เป็นอันทำอะไร ทุกอย่างดูเหมือนชะลอลงอย่างเห็นได้ชัด
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
ไม่เป็นอันทำอะไร ทุกอย่างดูเหมือนชะลอลงอย่างเห็นได้ชัด
เมื่อ สุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำเวทีราชดำเนิน ประกาศว่า การต่อสู้จะยุติในสิ้นเดือน พ.ย.นี้
คำถามที่เกิดขึ้นตามมา การยุติจะลงเอยรูปแบบใด
คำตอบก็คงแสวงหาไม่ได้แน่ชัด เนื่องจากเงื่อนไข ปัจจัยทางการเมืองแปรเปลี่ยนตลอด
แต่ที่แน่ๆ เวทีราชดำเนิน เป็นการแสดงให้เห็นว่า การคัดค้านที่เกิดขึ้น เดินหน้าต่อ แม้ปมร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม จะมีการประกาศถอยสุดซอยแล้ว
ส่วนกลุ่มใดไม่เห็นด้วยกับการชุมนุม ก็หยุดบทบาทลงไป
แล้วประเด็นสำคัญในไม่กี่วันข้างหน้ามีอะไรบ้าง
เดิมทีมองกันว่า ปราสาทพระวิหารจะเป็นปมสำคัญ แต่ทว่าเมื่อศาลโลกตัดสินออกมาแล้ว แรงกระเพื่อมก็ลดน้อยลง
ทว่าอย่าเพิ่งประมาท เนื่องจากยังมีกระแสไม่พอใจจากการที่ต้องเสียดินแดนเพิ่มเติมขึ้นอีก
แต่สิ่งที่น่าจับตามากไปกว่านั้น คือ การที่เสื้อแดงประกาศชุมนุมครั้งใหญ่อีก ระหว่างวันที่ 1820 พ.ย. ที่เมืองทองธานี
การชุมนุมดังกล่าว เป็นการตอบโต้เวทีราชดำเนินอย่างไม่ต้องสงสัย
แต่ทว่าช่วงเวลาแห่งการชุมนุม ประจวบเหมาะกับการที่ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยกรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่องที่มา สว.
กรณีดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อมีการยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญว่า การแก้ไขดังกล่าว ขัดต่อรัฐธรรมนูญ
9 พ.ย. 2556 คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ นัดไต่สวนคู่กรณีตามคำร้องเรียบร้อยแล้ว
ผู้ที่เกี่ยวข้อง คือ บรรดา สส.และ สว. 312 คน ในสภา ที่ถูกร้องว่ากระทำผิดเข้าข่ายเป็นการกระทำเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศ โดยวิธีทางที่ไม่ได้บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ ขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 68 วรรคหนึ่ง
นอกจากนั้น กระบวนการพิจารณาของสภาไม่ชอบด้วยกฎหมาย ตัดสิทธิการอภิปรายของสมาชิก และรวบรัดการลงมติ รวมถึงได้นำคลิปภาพการประชุมในช่วงลงมติมาประกอบการชี้แจงยืนยันว่ามีกระบวนการกดบัตรแทนกัน
ศาลรัฐธรรมนูญ นัดอ่านคำวินิจฉัยในวันพุธที่ 20 พ.ย. 2556 เวลา 11.00 น.
นี่แหละ คือสิ่งที่จะทำให้เกิดแรงกระเพื่อมทางการเมืองได้เช่นกัน
และการชุมนุมของเสื้อแดงก็อยู่ยาวถึงวันตัดสิน
ทั้งหมดทำให้ทุกความเคลื่อนไหวแทบหยุด ชะลอตัวลง
และอาจต้องเริ่มนับถอยหลัง เพื่อถึงวัน Set Zero ครั้งใหญ่







