
ไทยฉุน
ปกติคนไทยจะเป็นไทยเฉย คือ ไม่ค่อยสนใจเรื่องการเมืองสักเท่าใด แม้จะเกิดอะไรขึ้นก็ไม่ค่อยหือ ไม่ค่อยอือกับใคร
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
ปกติคนไทยจะเป็นไทยเฉย คือ ไม่ค่อยสนใจเรื่องการเมืองสักเท่าใด แม้จะเกิดอะไรขึ้นก็ไม่ค่อยหือ ไม่ค่อยอือกับใคร
แต่ครั้งนี้เหมือนกับคนไทยตื่นขึ้นมา จากปัญหาร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม
กลุ่มประชาชนหลากหลายอาชีพออกมาเคลื่อนไหว แสดงความคิดเห็นอย่างกว้างขวาง
ก่อนเกิดเหตุเป่านกหวีด คนที่สนใจร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ก็จะเป็นแค่คอการเมืองจริงๆ เท่านั้น
ที่เหลือ ร่างกฎหมายนี้เป็นอย่างไร มีเนื้อหาสาระอย่างไร รับรองไม่เคยอ่าน
ทว่า เหตุการณ์ทั้งหมดพลิกผัน ความตื่นตัว การเคลื่อนไหวคัดค้านร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ลุกลามยิ่งกว่าไฟลามทุ่ง
สาเหตุเนื่องจากพฤติกรรม การผลักดันร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม โดยแท้
นับตั้งแต่การปิดหู ปิดตาประชาชน ไม่ยอมให้ถ่ายทอดสด
นี่แหละ พลาดอย่างใหญ่หลวง
เพราะแม้จะมีการถ่ายทอดสดในสภา ก็ดูกันไม่กี่ชั่วโมง ดูกันสักวันเดียวก็ไม่เอาแล้ว เสียเวลาเอาไปทำอย่างอื่นดีกว่า
ถัดมาก็คือ กระบวนการเร่งรัดผลักดันร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ไม่ยอมให้เกิดการอภิปราย ซักค้านในสภา มัดมือชกข้างเดียว
ชาวบ้านนอนหลับอยู่ดีๆ ตอนตี 4 ร่างกฎหมายถูกผลักดันจนสำเร็จ
ถือเป็นสิ่งผิดวิสัยอย่างยิ่ง สำหรับ สส.ในสภาที่มักจะโดดแล้วโดดอีก
ผลที่ตามมาก็คือ การไม่ยอมรับกระบวนการทั้งหมด
ที่ไม่สามารถฟังในสภาได้ ก็ออกมาฟังกันนอกสภา ที่พูดในสภาไม่ได้ ก็ออกมาพูดนอกสภา
งานนี้เลยยิ่งกว่าการจัดหนัก จัดเต็ม
ฝ่ายค้านที่เคยพูดและต้องติดขัดข้อบังคับ พอขึ้นเวทีได้ก็จัดกันเกินร้อย
ที่เคยพูด เคยถูกประท้วง ถูกกำกับในสภา พอออกมาก็ใส่ไม่ยั้ง
ใครโดนพาดพิงถึงต้องจุกแล้วจุกอีก จะไปแก้ตัวแก้ต่างเหมือนในสภาก็ไม่ได้
สิ่งที่ตามมาก็คือ อารมณ์ร่วมของประชาชนจุดติดไปเรียบร้อย
จากไทยเฉย กลายเป็นไทยฉุน
เมื่อกลายเป็นไทยฉุน จะทำให้ลดระดับลงมาเป็นไทยเฉยเหมือนเดิม ก็ยากเต็มที
ดูได้แม้ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม จะถอยชนิดสุดซอย ทะลุซอยไปแล้ว ความคุกรุ่นก็ยังมีอยู่
นี่แหละ สิ่งที่ผู้มีอำนาจจำเป็นต้องเข้าใจ
อย่าประมาทความรู้สึกของประชาชน
ไม่เช่นนั้นกว่าจะรู้ตัวอีกที
มันก็สายไปแล้ว!!!







