posttoday
ไทยเฉยฟื้นแล้ว

ไทยเฉยฟื้นแล้ว

07 พฤศจิกายน 2556

แม้รัฐบาลและ สว.จะประสานเสียงตรงกันว่า ถอย ไม่เอาแล้ว พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฉบับนี้

โดย...สุกชาติ เล็บนาค

แม้รัฐบาลและ สว.จะประสานเสียงตรงกันว่า ถอย ไม่เอาแล้ว พ.ร.บ.นิรโทษกรรมฉบับนี้ แต่ปฏิกิริยาม็อบยังคงฮึกเหิม กระทั่งว่าช่วงพีกสุดมีคนนับหมื่นลงมาบนถนนประสานเสียงเป่านกหวีด

ผู้ชุมนุมที่อุรุพงษ์และราชดำเนินนั้น แน่นอนว่ามีลักษณะอิงแอบกับขั้วการเมือง ต่างกรรมต่างวาระกับความเคลื่อนไหวในแวดวงปัญญาชนทั้งกลุ่มแพทย์ นักธุรกิจ และกลุ่มสถาบันอุดมศึกษา ที่พากันร่างแถลงการณ์จำนวนมาก ตามมาด้วยการชิมลางบนท้องถนน

ที่น่าสนใจคือ ความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ชุมนุมที่สีลมและสถาบันการศึกษาหลายแห่ง โดยเฉพาะจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่มีคนเกาะขบวนเข้าร่วมแสดงพลังให้เห็น

ยิ่งมากเข้า เสียงโห่ที่พุ่งตรงไปยังรัฐบาลก็มีความหนักแน่นขึ้นเรื่อยๆ จากเดิมที่ค้านแค่ พ.ร.บ. เริ่มมีเป้าใหม่ขึ้นมา คือมีเสียงจากแกนนำบนเวทีดังขึ้นมาว่า “รัฐบาลออกไป”

ภาพเหล่านี้ต่างจากการชุมนุมแช่แข็งของ พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ ต่างจากการชุมนุมของกลุ่มหน้ากากขาว ต่างจากการชุมนุมของกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณที่สวนลุมพินี และต่างจากเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ที่แยกอุรุพงษ์ก่อนหน้านี้ ที่แต่ละครั้งมีคนหร็อมแหร็มเพียงหลักพัน

ต้องยอมรับว่า พ.ร.บ.นิรโทษกรรม คือประเด็นที่ปลุกไทยเฉยให้ฟื้นจากหลับใหลให้ลงมายังท้องถนนได้สำเร็จ ทุบโต๊ะดังๆ ได้เลยว่า เมื่อไทยเฉยลงมายังท้องถนนแล้ว จะกลับบ้านไปมือเปล่าเข้านอนใหม่ เห็นทีจะเป็นไปได้ยาก และทุบโต๊ะอีกทีว่า ข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุมแต่ละกลุ่มจะเบนเข็มมาที่ให้รัฐบาลรับผิดชอบด้วยการยุบสภาแทน เป็นราคาที่รัฐบาลต้องจ่าย เมื่อประเมินพลังของประชาชนต่ำไป

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน