วุ่นวาย

  • วันที่ 31 ต.ค. 2556 เวลา 08:46 น.

โดย...ปริญญา ชูเลขา

ทันทีที่พรรคเพื่อไทยประกาศดันนิรโทษกรรมชนิดสุดซอย สส.ทุกคนต้องยกมือโหวตในวันที่ 31 ต.ค. แน่นอนย่อมนำไปสู่ความไม่สงบทางการเมืองอย่างแน่นอน โดยไม่จำเป็นที่พรรคประชาธิปัตย์จะต้องเป่านกหวีดออกมาชุมนุมใหญ่ในวันที่ 31 ต.ค.นี้ด้วยซ้ำ เพราะเสียงส่วนใหญ่ในสังคมไม่เห็นด้วยกับการใช้เสียงข้างลากไป เพื่อนิรโทษกรรมล้างความผิดให้กับบุคคลบางคนบางกลุ่ม อาทิ ภาคีเครือข่ายต่อต้านคอร์รัปชั่นนำโดยนายประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานภาคีฯ เครือข่ายทางธุรกิจใหญ่ที่สุดในประเทศ กลุ่มแพทย์ หรือกลุ่มผู้นำทางความคิดต่างๆ ต่างประกาศจุดยืนร่วมกันว่าไม่เอาด้วย ซึ่งล้วนแต่เป็นกลุ่มชนชั้นกลางในสังคม

หรือแม้แต่คนในพรรครัฐบาลเพื่อไทยเองก็ยังคัดค้าน โดยเฉพาะกลุ่มเสื้อแดง แต่ย่อมส่งผลสะเทือนต่อรัฐบาล โดยเฉพาะ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี โดยตรงถึงความน่าเชื่อถือและความไม่ชอบธรรมในการผลักดันกฎหมายดังกล่าว ย่อมทำให้สังคมได้เห็นว่าร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้มีปัญหาสร้างความแตกแยกให้เกิดขึ้น

อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มฟืนเข้าไปในกองไฟ เพราะอย่าลืมว่ายังมีปมร้อนทางการเมืองอีกหลายๆ เรื่องรออยู่ในวันข้างหน้า เช่น วันที่ 11 พ.ย.นี้ ศาลโลกเตรียมตัดสินคดีปราสาทพระวิหาร ศาลรัฐธรรมนูญก็เตรียมตัดสินคดีการแก้ไขรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับที่มาของ สว. หรือคดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลที่อยู่ในมือของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ล้วนเตรียมง้างดาบเล่นงานรัฐบาลพร้อมๆ กันทั้งสิ้น

นี่ยังไม่รวบถึงม็อบที่ดาวกระจายชุมนุมประท้วงตามต่างจังหวัดกวนใจรัฐบาล เช่น ม็อบชาวสวนยาง เป็นต้น ดังนั้น ทุบโต๊ะได้เลยว่า นับจากวันนี้ไปเสถียรภาพรัฐบาลอยู่ในภาวะน่าเป็นห่วงว่าจะคุมสถานการณ์อยู่หรือไม่ เพราะบรรยากาศการเมืองและภาพลักษณ์ประเทศไทยในขณะนี้เหมือนเมื่อก่อนปี 2549 ไม่มีผิด

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ