
นอกสายตา
พ.ร.บ.นิรโทษกรรมกลายเป็นความเสี่ยงของประเทศ หลังจากที่มีการเร่งผลักดันเข้าสภาผู้แทนราษฎร วาระ 2 และ 3 ในวันที่ 31 ต.ค.นี้
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
พ.ร.บ.นิรโทษกรรมกลายเป็นความเสี่ยงของประเทศ หลังจากที่มีการเร่งผลักดันเข้าสภาผู้แทนราษฎร วาระ 2 และ 3 ในวันที่ 31 ต.ค.นี้
ไม่มีใครรู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น แต่สิ่งที่น่าพิจารณาก็คือบ้านเมืองน่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง
ลำพังเฉพาะไม่มีปัจจัยการเมืองก็น่าห่วงอยู่แล้ว แต่นี่ยังมีระเบิดลูกใหญ่หลายๆ ลูกรออยู่
สิ่งที่น่าสะท้อนปัญหาของประเทศ อาทิ ผลสำรวจซีอีโอในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก หรือ APEC CEO Survey 2013 “Towards resilience and growth : AsiaPacific business in transition” ของบริษัท ไพร้ซ วอเตอร์เฮาส์ คูเปอร์ส ซึ่งจัดทำระหว่างเดือน มิ.ย.-ส.ค. 2556
การสำรวจดังกล่าวเก็บข้อมูลจากซีอีโอและผู้นำในอุตสาหกรรมชั้นนำจำนวน 478 คน ในกลุ่มประเทศสมาชิก AsiaPacific Economic Cooperation (APEC) ทั้งหมด 21 ประเทศ และมีการเผยแพร่ผลสำรวจในการประชุม APEC CEO Summit ประจำปี 2556 ณ เกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย
สำหรับมุมมองของซีอีโอเหล่านี้มีถึง 68% วางแผนขยายการลงทุนในปี 2557 โดยซีอีโอมากกว่าครึ่งมั่นใจในการเติบโตของรายได้ของธุรกิจในระยะ 3-5 ปีข้างหน้า
ส่วนประเทศที่น่าลงทุนในอีก 3-5 ปีข้างหน้า จีนและสหรัฐอเมริกา ได้คะแนนมาเท่าๆ กัน
ถัดมาคือ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และ อินโดนีเซีย
อย่างไรก็ตาม ประเทศเศรษฐกิจหลักที่มีจุดแข็งทางภาคบริการในภูมิภาค ได้แก่ ฮ่องกง และ ญี่ปุ่น ก็ยังเป็นแหล่งดึงดูดเงินลงทุนที่สำคัญอีกด้วย
นี่แหละ ตามผลสำรวจ ประเทศไทยหลุดออกไปจากความคิดอันดับต้นๆ ของซีอีโอเหล่านี้
สิ่งที่น่าสนใจประการต่อไปก็คือ ในเอเชียแปซิฟิก มีประเทศใดจะเป็นม้ามืดบ้าง
อันดับแรกที่ถูกมองคืออินโดนีเซีย ตามติดมาด้วยพม่า และจีน
ประเทศเหล่านี้ถูกมองว่ามีศักยภาพการเติบโตในระยะยาว เป็นผลมาจากแรงงานที่มีทักษะเพิ่มขึ้น กิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เติบโต
ที่สำคัญยังมีเสถียรภาพทางการเมือง และทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์อีกด้วย
ส่วนม้ามืดแถว 2 ก็คือ ฟิลิปปินส์ เวียดนาม อินเดีย สหรัฐ กัมพูชา มาเลเซีย ญี่ปุ่น และ รัสเซีย
แน่นอนที่สุด ไทยไม่มีอยู่ในการจัดอันดับอีกเช่นเคย
นี่แหละที่น่าห่วง ม้าในสายตาก็ไม่ติด ม้านอกสายตาก็ไม่ใช่
พวกเรา อยู่ที่ไหนกันแล้ว ...?







