
คิดว่ากระจายแต่ที่จริงกระจุก
โดย...เสาวนีย์ สุวรรณรงค์
โดย...เสาวนีย์ สุวรรณรงค์
คุณถือกองทุนรวมกี่กองคะ? เพื่อนของดิฉันคนหนึ่งถือ 7 กองค่ะ ถือมา 3 ปีได้ผลตอบแทนสูงจนใครๆ ต่างพากันอิจฉา แต่ 3-4 เดือนที่ผ่านมาชักไม่แน่ใจ เพราะขาดทุนในกำไรจนเริ่มห่วงเงินต้น สุดท้ายมาบ่นให้ฟังว่าทำไมหมู่นี้กองทุนรวมไม่ดีเหมือนก่อน ถือกี่กองก็ลงหมด นี่ขนาดกระจายความเสี่ยงตั้ง 7 กองแล้วนะ!!!
ประเด็นนี้ร้อนแรงจนไลน์แทบระเบิด เพราะเพื่อนในกลุ่มล้วนหัวอกเดียวกัน ด้วยความเป็นห่วงจึงถาม “7 กองทุนนี่มีอะไรบ้าง” เพื่อนนึกอยู่พักหนึ่งจึงตอบว่า “มีหุ้น หุ้น หุ้น หุ้น และทอง ทอง ทอง” ดิฉันได้ยินแล้วแอบตกใจกับกลยุทธ์ 7 กองใน 2 ผลิตภัณฑ์ และดูเหมือนเพื่อนคนอื่นๆ ก็มีพอร์ตการลงทุนหน้าตาไม่ต่างกัน
จากนั้นหัวข้อสนทนาของกลุ่มมุ่งไปที่การวิพากษ์วิจารณ์มาตรการคิวอี (QE) การหยุดทำการของหน่วยงานราชการในสหรัฐ เศรษฐกิจโลก ไปจนถึงฝีมือของผู้จัดการกองทุน ฯลฯ ดิฉันคิดว่าพวกเราหลายคนมีความรู้ความเข้าใจว่าปัจจัยภายนอกอะไรบ้างที่สามารถกระทบพอร์ตการลงทุนของเรา หากเราลงทุนในสินทรัพย์ซ้ำกัน เวลาเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน มูลค่าของสิ่งที่อยู่ในพอร์ตฯ ย่อมเพิ่มขึ้นหรือลดลงในทิศทางเดียวกัน รู้อย่างนี้แล้ว ก็น่าจะถามตัวเองต่อว่า อะไรที่ทำให้เราเลือกลงทุนอย่างนั้น เรามักจะใช้เหตุผลอะไรในการตัดสินใจ เรารู้เท่าทันการเสนอขายสินค้าเพื่อการลงทุนเหล่านั้นหรือไม่ และรู้เท่าทันเหตุผลหรืออารมณ์ของตัวเราดีพอหรือเปล่า
พวกเราหลายคนถือกองทุนรวมหลายกองของหลายบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ค่ะ ซึ่งอาจคิดไปว่านี่คือการกระจายความเสี่ยงการลงทุนแล้ว โดยไม่ได้เฉลียวใจว่า กองทุนทั้งหลายที่ถือนั้นล้วนลงทุนในสินทรัพย์ที่เหมือนหรือใกล้เคียงกัน เช่น มีกองหุ้นบิ๊กแคป กองหุ้น SET-50 กองหุ้นปันผล หรือกองหุ้นพื้นฐาน หรืออาจมีกองทริกเกอร์ฟันด์หลายกองในขณะใดขณะหนึ่ง หากเปิดเข้าไปดูข้อมูลของพอร์ตกองทุนรวมแล้วอาจพบว่ากองทุนรวมเหล่านั้นลงทุนในหุ้นตัวเดียวกันหรือหุ้นในกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกันเป็นส่วนใหญ่ แบบนี้ไม่เรียกว่ากระจายความเสี่ยงแล้วค่ะ แต่เป็นการกระจายฝีมือของผู้จัดการกองทุนมากกว่า ดังนั้น แม้การกระจายความเสี่ยงในการลงทุนเป็นแนวคิดที่ถูก แต่วิธีปฏิบัตินั้นจะต้องถูกต้องด้วย
หากเราลองสังเกตการขายกองทุนรวมทุกวันนี้ จะพบว่าเมื่อมี บลจ.ใดออกกองทุนรวมประเภทหนึ่งแล้วเป็นที่นิยมในหมู่ผู้ลงทุน ไม่นานนัก บลจ.อื่นๆ ก็มักจะออกกองทุนรวมประเภทนั้นตามกันมาอีกหลายกอง และด้วยวิธีทำการตลาดในยุคอิเล็กทรอนิกส์ พวกเราจึงได้รับข่าวสารการออกกองทุนรวมใหม่ที่รวดเร็วและประชิดตัวยิ่งขึ้น เช่น โฆษณาหรือประชาสัมพันธ์ผ่านทาง SMS หรือแอพพลิเคชั่นทางมือถือ หรือทางอีเมล รวมทั้งมีพนักงานที่สาขาธนาคารคอยแนะนำให้ทุกครั้งที่เดินเข้าไปใช้บริการ รวมทั้งเพื่อนสนิทหรือคนใกล้ตัวที่เคยลงกองทุนประเภทนั้นแล้วประสบความสำเร็จมาบอกต่อ เมื่อเราได้ฟังแล้วฟังอีก เห็นแล้วเห็นอีก จากเคยไม่สนใจ ก็กลายเป็นอยากได้ จนในที่สุดก็ซื้อ และซื้อแล้วซื้ออีก รู้ตัวอีกที พอร์ตของเราก็มีแต่ของฮิตที่ซ้ำๆ กันทั้งสิ้น
นอกจากของฮิตที่ถูกโฆษณาหรือบอกเล่ากันปากต่อปากแล้ว การตัดสินใจด้วยการดูแต่ผลตอบแทนในอดีตเพียงอย่างเดียว ก็เป็นหลุมพรางทางอารมณ์ให้เราตัดสินใจลงทุนแบบกระจุกตัวได้เช่นกัน เช่น หากเรามองดูอัตราผลตอบแทนย้อนหลังกองทุนรวมในช่วง 3-5 ปีที่ผ่านมา จะพบว่ากองทุนรวมที่มีผลตอบแทนในอดีตสูง ส่วนใหญ่เป็นกองทุนรวมหุ้นทั้งนั้น และนั่นเป็นเพราะวัฏจักรที่ทำให้เราเห็นในขณะที่รุ่งโรจน์ เช่นเดียวกับทองคำในช่วงก่อนหน้านี้
ผลตอบแทนที่สูงนี้อาจทำให้เราลืมหลัก High Return, High Risk นอกจากนี้ไม่มีสินทรัพย์เพื่อการลงทุนใดที่รุ่งโรจน์หรือย่ำแย่ไปตลอด เพราะแต่ละอย่างล้วนมีวัฏจักรขึ้นลงตามภาวะเศรษฐกิจและความต้องการในตลาด แต่การลงทุนของเราต้องมองให้ไกล และต้องกระจายความเสี่ยงด้วยการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความแตกต่างกัน เพื่อให้เราสามารถได้รับผลตอบแทนของการลงทุนที่ไม่โลดโผนตามปัจจัยขึ้นลงของเศรษฐกิจหรือปัจจัยภายนอกมากนัก
หากตอนนี้คุณถือกองทุนรวมอยู่หลายกอง ควรเริ่มด้วยการตรวจสอบว่าแต่ละกองทุนของคุณนั้นลงทุนในสินทรัพย์ประเภทเดียวกันหรือไม่ โดยเข้าไปดูรายละเอียดพอร์ตของแต่ละกองว่าลงทุนในอะไรบ้าง เมื่อสำรวจแล้วพบว่ามีกองทุนที่ลงทุนซ้ำๆ กันอยู่ ควรลดจำนวนกองลงและเพิ่มประเภทไปกองทุนประเภทอื่นบ้าง แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับช่วงอายุ ความต้องการใช้เงิน และเป้าหมายของการลงทุนของคุณด้วย ลองหาข้อมูลและเปรียบเทียบกองทุนรวมประเภทต่างๆ ได้ที่ Mobile Application “Start-to-invest” ของ ก.ล.ต. หรือที่ www.morningstarthailand.com เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจง่ายขึ้น ลดการลงทุนแบบกระจุกตัว
แม้จะมีมืออาชีพดูแลจัดการบริหารกองทุนรวมให้ แต่ก็ใช่ว่าพอซื้อแล้วจะอยู่เฉยๆ ได้ หากคุณต้องการได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า ต้องหมั่นศึกษาข้อมูล หาทางเลือกให้หลากหลาย ของดีสำหรับคนอื่นอาจไม่ใช่ของดีของคุณเสมอไป ใส่ใจและติดตามผลการดำเนินงานของกองทุนรวมที่คุณถืออยู่อย่างสม่ำเสมอนะคะ ...เงินของคุณ อนาคตของคุณ ถ้าไม่ใช่คุณแล้วจะให้ใครดูแล
“ก.ล.ต.อยากให้คนไทยลงทุนด้วยความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง”







