ไร้ศาลก็พังครืน

วันที่ 07 ต.ค. 2556 เวลา 14:39 น.
โดย...อสนีบาต

บ้านเรือนมั่นคงได้ล้วนต้องมีเสาเข็มลงหลักปักฐานอย่างแข็งแกร่งเช่นเดียวกับเสาหลักประชาธิปไตยไทยกำหนดโครงสร้าง ให้มีฝ่ายบริหาร นิติบัญญัติตุลาการ องค์กรอิสระ  แต่ละฝ่ายต่างทำหน้าที่ตามกรอบกฎหมายที่กำหนด

แต่ถ้าวันใดฝ่ายบริหารไม่รู้จักหน้าที่ตนเอง แทนที่จะบริหารบ้านเมืองเพื่อประโยชน์สุขต่อประชาชนโดยรวมกลับสมคบฝ่ายนิติบัญญัติหากลวิธีโค่นล้มตุลาการ โครงสร้างประชาธิปไตยเสียสมดุลย์พิกลพิการ  ล้มพังครืนลงมาได้

ในเมื่อฝ่ายบริหาร-นิติบัญญัติลำพองใจในอำนาจอยากสถาปนาอำนาจตุลาการ-องค์กรอิสระตามที่ตนเองต้องการขึ้นมาเองก็คงจะเป็นความอัปยศของดินแดนที่กำลังถดถอยสู่บ้านป่าเมืองเถื่อน

กล่าวเช่นนี้เพราะมีความพยายามของผู้มีอำนาจที่ไม่รู้จักหน้าที่ในบ้านนี้เมืองนี้กำลังทำให้เป็นเช่นนั้น  ทั้งที่กฎกติกาตามรัฐธรรมนูญได้กำหนดให้ทุกคนมีสิทธิมีเสียงอย่างเท่าเทียม   จริงอยู่ประชาธิปไตยต้องยึดถือเสียงข้างมาก แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่เคารพเสียงข้างน้อย หลักประชาธิปไตยจึงยังให้สิทธิเสียงข้างน้อย  แม้แต่เสียงข้างมากอีกด้วย  สามารถร้องขอองค์กรตุลาการเข้ามาไกล่เกลี่ยตัดสิน 

รัฐธรรมนูญจึงออกแบบให้ทุกคนมีสิทธิในการตรวจสอบผ่านอำนาจตุลาการอย่างศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งก็มิใช่ว่าศาลรัฐธรรมนูญจะเข้าไปตรวจสอบฝ่ายบริหาร-นิติบัญญัติได้โดยลำพัง  แต่เริ่มจากผู้มีสิทธิสามารถร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญเข้าไปตรวจสอบมิใช่หรือ 

แล้วเหตุใดถึงมีนักการเมืองบางคนกล่าวหาศาลรัฐธรรมนูญกำลังทำเกินหน้าที่มีความคิดติดลบจ้องไล่รื้อออกไปเสียให้สิ้น

ช่างสมเพชในยามที่ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินคดีที่เป็นคุณต่อตนเองออกมายอมรับศาลรัฐธรรมนูญ  แต่ครั้งที่ฝ่ายอื่นขอให้ศาลรัฐธรรมนูญตรวจสอบตนเอง เมื่อวินิจฉัยออกมาไม่เป็นคุณก็แสดงความโมโหโกรธาถึงขั้นรวมหัวออกแถลงการณ์ไม่ยอมรับคำตัดสินตะบี้ตะบันเดินหน้าทำในสิ่งที่ตนเองต้องการลูกเดียว

…อสนีบาต...ขออนุญาตนำ ถ้อยความของท่านมีชัย ฤชุพันธุ์ อดีตประธานวุฒิสภา ปรมาจารย์ทางกฎหมาย  กล่าวไว้เมื่อวันที่26 เม.ย. 2556 ...ความว่า

"ศาล รธน.เป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญมีอิสระในการพิจารณาตามอำนาจหน้าที่ทำนองเดียวกับฝ่ายนิติบัญญัติ หรือรัฐสภาก็เป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญที่มีอิสระในการดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ เรียกว่าหน้าที่ใครหน้าที่ของคนนั้นรัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ชัดแจ้งแล้วว่าเมื่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยแล้วก็จะผูกพันทุกองค์กรที่จะต้องปฏิบัติตาม ถ้าองค์กรหนึ่งปฏิเสธอำนาจของอีกองค์กรหนึ่งได้ ต่อไปก็จะกระทบกันเป็นลูกโซ่ จนบ้านเมืองไม่มีขื่อแป"

ท่านกล่าวต่อไปว่า "ลองคิดดู ถ้าศาลไม่เห็นด้วยกับฝ่ายนิติบัญญัติ พอออกกฎหมายอะไรมาแล้วก็ไม่ยอมตัดสินคดีตามกฎหมายนั้น ประชาชนที่ไม่เห็นด้วยกับกฎหมายใด ก็ไม่ยอมปฏิบัติตามกฎหมายนั้น ตำรวจไม่ยอมบังคับการตามกฎหมาย อัยการไม่ยอมฟ้องตามกฎหมาย พอศาลตัดสินคดีแล้วกรมราชทัณฑ์ก็ไม่ยอมเอาตัวไปลงโทษตามคำตัดสิน หรือกรมบังคับคดีไม่ยอมบังคับคดีตามคำพิพากษา คนแพ้คดีแล้วไม่ยอม ยกพวกมาล้อมบ้านโจทก์หรือขู่เข็ญว่าจะทำร้ายโจทก์ ตำรวจเห็นก็เฉยเสียแล้วบ้านเมืองจะเหลืออะไร"

ถือว่าเป็นการเตือนกบาลนักการเมืองบางคน (แต่เตือนแล้วคงไม่จำอีกเช่นเคย) ได้รับรู้ด้วยเมื่อรัฐบาลและสภาไม่ยอมรับอำนาจศาลรัฐธรรมนูญคนไทยก็มีสิทธิอันชอบธรรมที่จะไม่ยอมรับรัฐบาลไทย!!!