
ตุลาคม-ตุลาการ
คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ตอนนี้ท่านเปิดตำรากางรัฐธรรมนูญพิจารณาอย่างหนัก จากกรณีรัฐบาล ภายใต้การนำของนายกฯ คนสวย “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร”
โดย...ขำ เคืองใจ
เข้าสู่เดือนตุลาคม เดือนที่ต้องนึกถึงอีกคำหนึ่ง คือ “ตุลาการ” ช่างเป็นมหกรรม "ตุลาคมตุลาการระทึกจริงๆเบย
คณะตุลาการมีภารกิจสำคัญ โดยเฉพาะการพิจารณาตัดสินคดีเกี่ยวโยงอนาคตทางการเมือง อย่างเมื่อวันที่ 30 กันยายนที่ผ่านมาที่ประชุมใหญ่ศาลฏีกาประชุมเลือกตัวแทนตุลาการไปเป็นคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ตามโควต้า 2 ราย ได้ไปแล้วหนึ่งรายคือท่าน ศุภชัย สมเจริญ นัดประชุมเลือกรายที่สองกันใหม่ ในวันที่ 9 ตุลาคม
นั่นเป็นหน้าที่ของที่ประชุมใหญ่ศาลฏีกา
ส่วนอีกองค์คณะคือ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ตอนนี้ท่านเปิดตำรากางรัฐธรรมนูญพิจารณาอย่างหนัก จากกรณีรัฐบาลภายใต้การนำของนายกฯคนสวย “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” นำพาหลายปัญหาขึ้นโรงขึ้นศาลให้ตัดสิน
ตามสารบบมีสำนวนเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มาสว. ซึ่งถูกร้องมาจากส.ส.ปชป. รวมถึง กลุ่มสว.หลายกลุ่ม อย่งเมื่อวานนี้( 2 ต.ค.) องค์คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเริ่มพิจารณากัน มีทั้งรับและไม่รับคำร้อง
กรณีของพล.อ.สมเจตน์ บุญถนอมและคณะที่ขอให้ศาลออกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวเพื่อชะลอนายกฯนำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญขึ้นทูลเกล้าฯ ศาลไม่รับคำร้อง หรืออีกนัยความหมาย ไม่คุ้มครองชั่วคราวนั่นแหละท่าน
ส่วนอีกคำร้องของพีรพันธ์ สาลีรัฐวิภาค ส.ส.ปชป. ได้ยื่นคำร้องแนบแหลักฐานคลิปเสียบบัตรแทนกันส่อให้เห็นว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็นที่มาสว.ครั้งที่ผ่านการลงมติกระทำมิชอบ ปรากฎว่าศาลรธน.รับคำร้อง
ตรงนี้ชวนให้ลุ้น โดยเฉพาะเกี่ยวกับ”หลักฐานใหม่” จะนำไปสู่การให้น้ำหนักเหตุผลของการร้องขอให้วินิจฉัยการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับเสียงข้างมากลุกลี้ลุกลน รวบรัดตัดตอนอย่างไม่ถูกต้องตามกระบวนการรัฐธรรมนูญ
คำร้องนี้ขอพักโฆษณาไว้ก่อน ไปติดตามชมกันต่อในสัปดาห์หน้า
คราวนี้ มาอีกคดี นั่นคือ กรณีสว. กลุ่มหนึ่งขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2557 ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ โดยหัวใจของเรื่องมันอยู่ตรงที่ ฝ่ายบริหารแสดงจุดยืนมั่นคงตั้งแต่ในที่ประชุมครม. อยากหั่นงบองค์กรอิสระเสียเหลือเกิ้น
ถึงขั้นซุบซิบจนดังออกจากห้องประชุมครม.ด้วยการยกตัวอย่าง สำนักงานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ บ้างหล่ะ ผู้ตรวจการแผ่นดินรัฐสภา บ้างหล่ะ ศาลรัฐธรรมนูญบ้างหล่ะ ขึ้นแบล็กลิสต์เป็นองค์กรอิสรระที่จัดสรรเงินให้ไปแล้วแต่ใช้ไม่คุ้มค่า….
รัฐมนตรีท่านหนึ่ง บอกว่า กรรมการสิทธิฯ มีการไปเขียนรายงานกล่าวหารัฐละเมิดสิทธิมนุษยชน ไม่แก้ปัญหาค้ามนุษย์ อีกท่านฝังเขี้ยวผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา ราวกับผูกใจเจ็บมานาน จากกรณีที่มีคนไปร้องให้ตรวจสอบจริยธรรมรัฐบาล ทั้งตัวนายกฯ ที่แต่งตั้งแกนนำเผาเมืองมาเป็นรมต. หรือกรณีการคืนพาสปอร์ตคนไกลบ้านอะไรทำนองนั้น
ส่วนศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ต้องพูดถึง หลากหลายคดีพาครม.ปาดเหงื่อลุ้นเสียวมาตลอดถึงขั้นที่รัฐมนตรีบางรายไม่ใช่แค่อยากอดงบประมาณแต่อยากยุบศาลรัฐธรรมนูญเสียด้วยซ้ำ เพราะเขาคิดว่าเอาเงินไปสร้างศาลพระภูมิให้สาวกกราบไหว้ แก้บน คุ้มค่ากว่าเอาเงินไปสนับสนุนองค์กรศาลรัฐธรรมนูญ
มันจึงส่งสัญญาณกันมาตั้งแต่นั้นมาถึงสภา รับลูกในชั้นกรรมาธิการหั่นงบ อย่างว่าเสียงข้างมากมีอำนาจอยากทำอะไรก็ได้ แต่ประชาธิปไตยก็เปิดช่องให้ฝ่ายเสียงข้างน้อยได้ใช้สิทธิร้องศาลรัฐธรรมนูญเช่นกัน
การไต่สวนวานนี้พอหอมปากหอมคอ รัฐบาลส่งวราเทพ รัตนากร รมต.สำนักนายกรัฐมนตรีและรมช.เกษตรและสหกรณ์ มาชี้แจง ท่านให้เหตุผลน่าชื่นชม "ไม่ได้ตัดงบองค์กรอิสระ แค่ปรับลดเล็กน้อยเท่านั้นเอง"
แบบว่าทุกคำอธิบาย ต้องการบอกว่า ไม่ได้แค้นเคืองใจองค์กรอิสระซักกะหน่อย ส่วนใครยังคิดว่ารัฐบาลไม่ชอบใจองค์กรอิสระ เห็นทีต้องขอยืมคำพูดอดีตปลัดพาณิชย์ "รู้สึกไปเองหรือปล่าว"หุหุหุ
สำหรับคำร้องร่างพรบ.งบปี 57 ปล่อยช้าเกินการณ์ไม่ได้ จึงเป็นไปตามที่คณะตุลาการ ท่านรับรู้ต่อสถานการณ์ดี จึงนัดหมายวินิจฉัยวันศุกร์ที่ 4 ตุลาคมนี้ให้เสร็จสิ้นกระบวนความ แต่เชื่อหัวไอ้เรืองเหอะ น่าจะออกมาเป็นผลดีต่อทุกฝ่าย
หลังจากนั้นมาบรรเลงเพลงมโหรี ลุ้นระทึกกันต่อกับสรรพคดี ที่กำลังต่อคิวเข้ามา ส่วนจะออกหัวหรือก้อย ไม่อาจเอาหัวไอ้เรืองรับประกัน







