
ทัศนคติติดลบ
ช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน มีเหตุการณ์เคลื่อนไหวภาคประชาชนสองกรณีที่ไม่อาจมองข้ามได้ กรณีแรก
โดย...ธรรมสถิตย์ ผลแก้ว
ช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน มีเหตุการณ์เคลื่อนไหวภาคประชาชนสองกรณีที่ไม่อาจมองข้ามได้ กรณีแรก เป็นการชุมนุมของกลุ่มเกษตรกรสวนยางพาราและสวนปาล์มน้ำมัน ต.ควนหนองหงษ์ อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช ที่ชุมนุมยืดเยื้อถึงทุกวันนี้ กรณีสอง เป็นการเดินเท้าคัดค้านสร้างเขื่อนแม่วงก์ นำโดยอาจารย์ศศิน เฉลิมลาภ เลขาธิการมูลนิธิสืบนาคะเสถียร
จุดประสงค์การเคลื่อนไหวทั้งสองกรณี แตกต่างกันแน่นอน เกษตรกรสวนยางพาราเรียกร้องราคายางพารา ขณะที่ขบวนการเดินเท้าต้องการปกป้องทรัพยากรธรรมชาติ แต่สิ่งที่เหมือนกันประการหนึ่ง คือ การรวมตัวโดยไม่มีแกนนำทางการเมืองออกมาปลุกระดมคอยบริหารจัดการ ไม่มีท่อน้ำเลี้ยงสนับสนุนจากนายทุนใหญ่โต
สาเหตุที่ทำให้ภาคประชาชนผนึกพลังอย่างเข้มแข็ง เป็นผลจากการสื่อสารถ่ายทอดข้อมูลผ่านสื่อโซเชียลมีเดียมากกว่าสื่อกระแสหลักอย่างทีวี หนังสือพิมพ์หัวสีที่มัวแต่มุ่งเน้นแต่เรื่องฉาวคาวโลกีย์ และการรวมตัวที่มากขึ้นเรื่อยๆ ก็ไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่าเป็นผลมาจากมุมมองของผู้มีอำนาจรัฐ มักออกมาตราหน้าผู้เห็นต่างในกรณีต่างๆ เป็นพวกม็อบการเมืองบ้าง จ้องล้มรัฐบาลบ้าง ทั้งที่เห็นๆ กันอยู่ว่าสภาพของการรวมตัวดังกล่าวเกิดขึ้นโดยธรรมชาติและต่างจุดประสงค์
สะท้อนจากสองเหตุการณ์ ทำให้พี่น้องประชาชนรวมตัว บ่งบอกถึงปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างผู้มีอำนาจรัฐและประชาชนกำลังถ่างออกไปเรื่อยๆ เป็นเช่นนี้ ทุบโต๊ะ ได้เลย ยิ่งถ้าหากยังไม่ปรับทัศนคติเสียใหม่ ยังคงจมอยู่กับความคิดเป็นเรื่องการเมืองเสมอไป ย่อมเป็นสัญญาณถึงรัฐบาลนับจากนี้จะทำงานลำบากมากยิ่งขึ้น







