
ฟังไม่ออก
ของแพงเป็นปัญหาเศรษฐกิจ ปากท้องชาวบ้าน ที่กำลังปะทุกลายเป็นปัญหาทางการเมือง
โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย
ของแพงเป็นปัญหาเศรษฐกิจ ปากท้องชาวบ้าน ที่กำลังปะทุกลายเป็นปัญหาทางการเมือง
รัฐบาลโดยเฉพาะกระทรวงพาณิชย์ก็บอกว่าของไม่แพง เพียงแค่ดูดัชนีผู้บริโภค ที่สำรวจภาวะเงินเฟ้อ และสะท้อนสภาพของแพง
สิ่งที่กระทรวงพาณิชย์ทำก็คือการไปดูที่ต้นทุนสินค้า แล้วบอกว่า ต้นทุน วัตถุดิบ ราคาไม่ขยับ แล้วของจะแพงได้อย่างไร
แต่ทว่าการสำรวจดัชนีผู้บริโภค ไม่ได้รับการเชื่อถือมาเนิ่นนานแล้ว จะมาอ้างเอานิยายให้คนเชื่อเห็นทีจะโดนโห่
ความจริงที่ไม่ใช่อยู่ในตำราก็คือ ราคาสินค้าไม่ได้ขยับตามต้นทุนเพียงอย่างเดียว แต่ขยับตามสภาพค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น
ตัวอย่างเช่น ร้านขายกล้วยทอด เคยทอดกล้วยทอดขายก็มีเงินเหลือพอจับจ่ายใช้สอยแต่ละวัน แต่ปรากฏว่า เมื่ออยู่ๆ ไปเงินที่จับจ่ายใช้สอยสินค้าก็ไม่พอเสียแล้ว สิ่งที่ต้องทำคือขึ้นราคาขายกล้วยทอด แม้ว่าต้นทุนการขายกล้วยทอดจะไม่ปรับตัวก็ตามที
นี่แหละคือการที่ของแพงจากภาวะค่าครองชีพที่ขยับ
และสินค้าที่กำลังขยับเอามากๆ คือ ราคาอาหารสำเร็จรูปที่ปรับราคาขึ้นไปเกือบทุกชนิด คนที่กินใช้ทุกวัน ก็ต้องบ่นกันว่าของแพง
ราคาอาหารสำเร็จรูปปรับตัวไปตั้งแต่ต้นปี และยังทยอยปรับขึ้นเรื่อยๆ จากการขึ้นค่าแรง จนถึงการปรับราคาก๊าซหุงต้ม การปรับราคาขายไข่ไก่ตามวัฏจักรการผลิต ฯลฯ
และการขึ้นราคาก็ไม่ใช่ขึ้นตามต้นทุนเหมือนอย่างที่มักจะมาอ้างกัน แต่ทว่าขึ้นเป็นช่วงๆ อย่างก๋วยเตี๋ยว ข้าวแกง ก็ขึ้นอย่างน้อยก็ 5 บาท ไปจนถึง 10 บาท
มิหนำซ้ำสินค้าไม่เพียงแต่มีการปรับราคาเท่านั้น แต่ปริมาณก็ลดน้อยลงอีก
ยิ่งเฉพาะภาวะความฝืดเคือง ภาวะที่กำลังซื้อของประชาชนอ่อนลดน้อยลง สิ่งที่ชาวบ้านต้องบ่นก็คือปัญหาของแพง ก็เพราะเงินไม่พอใช้จ่าย ไม่พอยาไส้
ทั้งหมด จึงเห็นภาพที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิงในแง่ของเศรษฐกิจมหภาพ ตัวเลขกำลังซื้อของประชาชนลดน้อยถอยลง รวมไปถึงตัวเลขเงินเฟ้อที่แสดงภาวะของแพงก็ไม่ได้ปรับตัวขึ้นมาก แต่ประชาชนกลับบ่นว่าลำบาก และเผชิญปัญหาของแพง
เพราะในที่สุดแล้วเสียงบ่นของแพงก็คือความเดือดร้อนที่สะท้อนภาวะความฝืดเคือง เงินไม่พอใช้จ่ายนั่นเอง
เสียงร้องแบบนี้ก็มักประหลาดว่าบรรดาผู้มีอำนาจฟังไม่ค่อยรู้เรื่อง
หูอื้อ หูดับ อย่างน่าประหลาดใจจริงๆ







