
ส่องกล้องตลาดทุนโลกปี2557
โดย...เจษฏา สุขทิศ CFA บลจ.ซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล จำกัด
โดย...เจษฏา สุขทิศ CFA บลจ.ซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล จำกัด
บทความฉบับนี้ เป็นการมองมุมมองตลาดทุนโลกในระยะยาวจากวันนี้จนถึงปีหน้า 2557 ภายหลังจากที่ในปี 2556 มีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญเกิดขึ้นมากมาย โดยเฉพาะการส่งสัญญาณชะลอการอัดฉีดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจจากทางสหรัฐ ภายหลังที่ดำเนินนโยบายต่อเนื่องมานานถึง 5 ปี นอกจากนั้นยังมีเรื่องการฟื้นตัวของเศรษฐกิจของประเทศในกลุ่ม DM (Developed Market – ตลาดพัฒนาแล้ว) ซึ่งหลัก ๆ ได้แก่ สหรัฐ ยุโรป และญี่ปุ่น ขณะเดียวกันเศรษฐกิจประเทศในกลุ่ม EM (Emerging Market – ตลาดเกิดใหม่) กลับเริ่มส่งสัญญาณเติบโตช้าลง แล้วจากนี้ไปพลวัตของตลาดทุนโลกจะเป็นอย่างไร ซึ่งมุมมองที่ผมนำมาเสนอในวันนี้ หลักๆ นำมาจากมุมมองของทีมงานระดับภูมิภาคของ บลจ. CIMB-Principal ครับ
สหรัฐทยอยฟื้นตัวต่อเนื่อง
เศรษฐกิจสหรัฐคาดว่าจะเติบโต 1.8% ในปี 2556 และโตเพิ่มขึ้นเป็น 2.7% ในปี 2557 โดยเครื่องชี้วัดทางภาคการผลิต และยอดค้าปลีกมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่อง ขณะที่อัตราการว่างงานมีแนวโน้มลดลง นอกจากนี้ราคาอสังหาฯ ที่เพิ่มขึ้นยังเป็นปัจจัยเสริมต่อภาวะการลงทุน การ Tapering หรือการชะลอการอัดฉีดน่าจะเกิดขึ้นต่อเนื่องในปี 2557 ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาว 10 ปรับเพิ่มขึ้นไปสู่ระดับ 3.25–3.5% ในปี 2557 ขณะที่อัตราดอกเบี้ยระยะสั้นน่าจะคงตัวเช่นเดียวกับอัตราดอกเบี้ยนโยบายของ FED ในส่วนของดัชนีตลาดหุ้น S&P 500 ที่ปรับตัวขึ้นมาแล้วกว่าเท่าตัว ภายหลังวิกฤตในปี 2552 เมื่อมองดูบริษัทจดทะเบียนพบว่ามีแนวโน้มกำไรเติบโตประมาณ 5–6% ขณะที่ตลาดมีระดับ P/E ประมาณ 14 เท่าของกำไรปี 2557 ซึ่งถือว่ารับรู้การเติบโตอนาคตไปพอสมควรแล้ว มุมมองโดยรวมต่อตลาดหุ้นสหรัฐจึงอยู่ในเกณฑ์ “บวกเล็กน้อย”
เริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวของยุโรป
เศรษฐกิจในปี 2557 ของยุโรป คาดว่าจะเติบโตได้ประมาณ 0.5–1% (ที่มา : เครดิต สวิส) แต่ปัญหาของบางประเทศยังไม่ได้รับการแก้ไขโดยสมบูรณ์ กรีซและโปรตุเกสยังจำเป็นต้องได้รับการช่วยเหลือต่อไป ธนาคารในสเปนหลายแห่งยังต้องเพิ่มทุน เนื่องจากระดับหนี้สูญที่เพิ่มสูงขึ้น ปัจจุบันตลาดหุ้นยุโรปซื้อขายที่ระดับ P/E ประมาณ 12 เท่าของกำไรปี 2557 ซึ่งถือว่าราคาถูกกว่าสหรัฐ ขณะที่การเติบโตของกำไรก็สูงกว่าที่ระดับประมาณ 12% (ที่มา : ซิตี้แบงก์) มุมมองโดยรวมต่อตลาดหุ้นยุโรปจึงอยู่ในเกณฑ์ “บวกเล็กน้อย” รวมถึงความผันผวนของตลาดที่คาดว่าจะมีอยู่ต่อไปจากปัญหาของประเทศในกลุ่ม PIGS (Portugal, Italy, Greece, Spain)
ญี่ปุ่นพุ่งไปข้างหน้า ตามนโยบายธนู 3 ดอก
นับแต่นายกรัฐมนตรี ชินโสะ อาเบะ เข้ารับตำแหน่งในญี่ปุ่น เมื่อปลายปี 2555 ที่ผ่านมา ค่าเงินเยนได้อ่อนตัวไปแล้วประมาณ 24% ขณะที่ดัชนีหุ้นญี่ปุ่นปรับเพิ่มขึ้นไปแล้วกว่า 40% โดยนโยบายธนู 3 ดอกของญี่ปุ่น เริ่มต้นมาจากการประกาศอัดฉีดเงินครั้งประวัติศาสตร์ของธนาคารกลาง (QE) ตามมาด้วยธนูดอกที่ 2 คือ กระตุ้นด้วยนโยบายการคลัง ตามมาด้วยธนูดอกสุดท้าย คือ การประกาศปฏิรูปประเทศเพื่อสร้างความยั่งยืนทางเศรษฐกิจในระยะยาว ผลที่ตามมาคือเงินเฟ้อของญี่ปุ่นเริ่มปรับตัวเป็นบวก ภายหลังจากประเทศอยู่ในภาวะเงินฝืดต่อเนื่องมาเป็นเวลานาน และเศรษฐกิจญี่ปุ่นก็เริ่มเติบโตอย่างชัดเจนโดยในไตรมาส 2/56 โตสูงถึงร้อยละ 3.8 ปัจจุบันตลาดหุ้นญี่ปุ่นซื้อขายกันที่ระดับ P/E ประมาณ 13 เท่าของกำไรปี 2557 ขณะที่กำไรของบริษัทจดทะเบียนมีแนวโน้มเติบโตสูงถึงร้อยละ 20 จึงเป็นที่มาของมุมมอง “บวก” ต่อตลาดหุ้นญี่ปุ่นในระยะต่อไปครับ
เอเชีย (ไม่รวมญี่ปุ่น) แผ่วลงบ้าง แต่พื้นฐานยังคงดี
เมื่อพูดถึงทวีปเอเชีย ประเทศยักษ์ใหญ่ในปัจจุบันอีกประเทศก็คือจีน ซึ่งเศรษฐกิจน่าจะโตไม่ร้อนแรงเหมือนในอดีต มาอยู่ที่ระดับ 6.5–7.5% ในปี 2557 ขณะที่ประเทศอื่นๆ ในเอเชียเริ่มประสบกับภาวะเงินทุนไหลออกจากการขาดดุลบัญชีเดินสะพัด ควบคู่ไปกับการขาดดุลการคลัง ซึ่งประเทศอินเดียและอินโดนีเซียจัดอยู่ในกลุ่มที่มีความสุ่มเสี่ยงมากที่สุด ประเทศเหล่านี้อยู่ในข่ายจำเป็นต้องเข้าสู่กระบวนการปฏิรูปเพื่อสร้างความยั่งยืนในระยะยาว|เช่นกัน ขณะที่ประเทศไทยและมาเลเซียจัดว่ามีความสุ่มเสี่ยงเล็กน้อยต่อภาวะเงินไหลออกดังกล่าว ปัจจุบันตลาดหุ้นเอเชีย (ไม่รวมญี่ปุ่น) ซื้อขายกันที่ระดับ P/E ค่อนข้างถูกประมาณ 10 เท่าของกำไรปี 2557 ขณะที่กำไรของบริษัทจดทะเบียนมีแนวโน้มเติบโตร้อยละ 13 อย่างไรก็ตาม ภาวะความไม่มีสเถียรภาพทางด้านเงินทุน อาจทำให้ตลาดหุ้นไม่ได้ปรับตัวร้อนแรงมากนักในปี 2557 จึงเป็นที่มาของมุมมอง “ปานกลาง” ต่อตลาดหุ้นเอเชีย (ไม่รวมญี่ปุ่น) ในระยะ 12–18 เดือนข้างหน้า
ทั้งหมดก็เป็นการส่องกล้องมองภาพรวมตลาดทุนโลกในปี 2557 ซึ่งคาดว่าจะเป็นประโยชน์ต่อท่านนักลงทุนในการจัดพอร์ตรับกับความเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะมาถึง สุดท้ายนี้ขอให้ทุกท่านประสบความสำเร็จกับการลงทุนครับ
เข้าใจเรื่องหุ้น กองทุน พันธบัตรอย่างง่ายๆ ที่ http://fundmanagertalk.com หรือติดตามทาง facebook: fundmanagertalk และ |twitter: @FundTalk







