
คำพิพากษา
รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ทบทวนตัวเองดีไหม นับตั้งแต่ได้อำนาจบริหารประเทศ ได้ทิ้งระยะห่างความสัมพันธ์ประชาชนในพื้นที่ภาคใต้
โดย...อสนีบาต
เข้าสู่เดือนกันยายน ไม่ใช่แต่พี่น้องประชาชนเผชิญมหกรรมทุกข์ระทมเทรดแฟร์ ต้องรับสภาพช็อปสินค้าอุปโภคบริโภคแพงหูฉี่ ค่าก๊าซเพิ่มขึ้น ปรับราคาค่าทางด่วน เพิ่มค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ หรือค่าเอฟทีเอ
มองลงไปดูภาคใต้รับบรรยากาศร้อนกันยาเช่นกัน เมื่อพี่น้องเกษตรกรสวนยางพารายังคงปักหลักชุมนุมเรียกร้องปรับราคายางพารากันต่อไป
เป็นเวลาสัปดาห์กว่าแล้วที่สถานการณ์ตึงเครียด จากเหตุปะทะได้รับบาดเจ็บ จนล่าสุดเมื่อคืนวันเสาร์ที่ 1 ก.ย. การ์ดผู้ชุมนุมถูกยิงเสียชีวิต แม้จะยังไม่ยืนยันเกี่ยวโยงการชุมนุมหรือไม่ แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจนำเสนอรายงานให้หน่วยเหนือเรียบร้อยแล้ว เป็นสาเหตุความขัดแย้งส่วนตัว สร้างความกังขาในหมู่ผู้ชุมนุม เหตุใดเจ้าหน้าที่ตำรวจสรุปได้รวดเร็วปานนั้น
ดูจะไม่ต่างกับผู้มีอำนาจรัฐซึ่งไม่เคยลงพื้นที่นั่งอยู่ในห้องแอร์หอคอยงาช้าง ให้สัมภาษณ์ผ่านสถานีโทรทัศน์ของรัฐด่วนสรุป “พวกนี้เป็นม็อบการเมือง”
รัฐบาลรู้หรือไม่ นี่เป็นการเติมฟืนให้ร้อนเร่า
จากปัญหาความเดือดร้อนเรื่องของสินค้าเกษตรแท้ๆ แต่ปล่อยให้สถานการณ์บานปลาย ระวังเถอะการชุมนุมจะเกิดพัฒนาการไปสู่ม็อบการเมืองโค่นล้มรัฐบาลตามที่รัฐบาลอยากให้เป็น
หนทางที่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ควรแก้ไขก่อนไฟลามทุ่ง ควรเปิดคอร์สสอนรัฐมนตรีที่ได้รับข่าวกลวง แล้วออกมาให้ข่าวทุกสามเวลาหลังอาหาร ยัดเยียดพฤติกรรมพี่น้องเกษตรกรเป็นม็อบการเมือง ต้องเปลี่ยนแปลงทัศนคติโดยเร็ว
อีกอย่างฝ่ายความมั่นคงที่คอยป้อนข้อมูลให้รองนายกฯ ระบุว่า มีนักการเมืองหนุนหลังผู้ชุมนุมบ้าง ปล่อยข่าวจ้องไล่จับส.ส.ภาคใต้บ้าง มีคนนอกพื้นที่บ้าง ก็ควรรายงานอย่างตรงไปตรงมา
นอกจากไม่รายงานตรงไปตรงมา ยังออกมาให้ข่าวพาดหัวสื่อในคอนโทรล ทำนองว่าขอให้พี่น้องเกษตรกรระวังตัว เพราะจะมีมือที่สามเข้าไปปลุกปั่นสร้างความแตกแยก ประเด็นนี้ดูจะขัดแย้งกับสิ่งที่ผู้ชุมนุมในพื้นที่เห็น
เพราะสถานการณ์ขณะนี้ มีความพยายามส่งคนหน้าคล้ายแกนนำการเมืองบางคนที่สนับสนุนรัฐบาลชุดนี้เข้าไปตั้งกลุ่มสร้างสถานการณ์ให้เกิดความแตกแยก นี่แหละใช่เลย “ม็อบการเมือง”
รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ทบทวนตัวเองดีไหม นับตั้งแต่ได้อำนาจบริหารประเทศ ได้ทิ้งระยะห่างความสัมพันธ์ประชาชนในพื้นที่ภาคใต้
สัญญาที่นักการเมืองคนใต้แต่ไม่ค่อยกล้าลงใต้ อย่างณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ อดีตรมช.เกษตรและสหกรณ์ เคยสัญญากับพี่น้องเอาไว้จะต้องปรับราคายางพาราให้ได้ก.ก.ละ 120 บาท วันนี้เปลี่ยนไปอยู่กระทรวงพาณิชย์ฉีกสัญญาทิ้งไปแล้วหรือ ทำให้พี่น้องเขาตามมาทวงสัญญา
เมื่อการชุมนุมยืดเยื้อ รัฐไม่สามารถคลี่คลายได้ เป็นธรรมดาที่ต้องมีความรู้สึกไม่ดีต่อภาครัฐ
ไม่แปลกที่จะมีการยกข้อเปรียบเทียบระหว่างเกษตรกรชาวนาที่เป็นฐานเสียงสำคัญของรัฐบาล กับเกษตรกรยางพาราที่ไม่ได้รับการปฏิบัติดูแลอย่างเท่าเทียมเหมือนกับครั้งที่รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาราคารับจำนำข้าว สถานการณ์เช่นนี้จะนำไปสู่ความคิดแบ่งแยกคนในชาติขยายตัวออกไปอีก
รัฐบาลควรนำผลสำรวจนิด้าโพลเมื่อสัปดาห์ก่อนไปพิจารณาบ้างปะไร ไม่ใช่แต่หลงไหลได้ปลื้มโพลเชลียร์เป็นรัฐบาลบริหารงานยอดเยี่ยมที่หนึ่งเลยอย่างเดียว
หัวข้อหนึ่งของนิด้าโพลสะท้อนมุมมองประชาชนต่อการชุมนุมได้อย่างดี ด้วยคำถามสาเหตุการรวมตัวชาวสวนยางเพราะอะไร ปรากฎว่าส่วนใหญ่ระบุเป็นเพราะชาวสวนยางได้รับความเดือดร้อนจากราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ ลำดับรองลงมา ระบุว่า เป็นเพราะรัฐบาลเคยรับปากจะแก้ไขปัญหาแต่ไม่ทำตามสัญญา
ส่วนมุมมองเป็นม็อบการเมืองหรือไม่ ผลสำรวจออกมาในลำดับท้าย เห็นว่าเป็นการชุมนุมทางการเมืองเพื่อกดดันรัฐบาล ส่วนลำดับท้ายสุด เห็นว่า มีผู้ต้องการสร้างความปั่นป่วนและล้มรัฐบาล
นี่คือสิ่งที่รัฐบาลไม่เคยมองเห็น แต่ถนัดตั้งศาลเตี้ยพิพากษาเกษตรกรสวนยางพาราเป็นที่เรียบร้อย
"ม็อบการเมืองๆๆๆ"







