มันน่าคิด

  • วันที่ 16 ส.ค. 2556 เวลา 08:10 น.

โดย...ณ กาฬ เลาหะวิไลย

วันศุกร์ ขอไปหยิบยกเรื่องอื่นมาพูดถึงบ้าง โดยเฉพาะเป็นมุมมองของนักลงทุนระดับโลกอย่าง วอร์เรน บัฟเฟตต์

ธุรกิจที่กำลังกลายเป็นธุรกิจทองในขณะนี้คือบรรดาสินค้าเทคโนโลยีและโลกสังคมออนไลน์ แต่ทว่า บัฟเฟตต์ ไม่สนใจลงทุนด้วยการซื้อหุ้นเหล่านี้เลย

บัฟเฟตต์ เป็นนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก ได้รับการจัดอันดับเป็นมหาเศรษฐีและผู้ทรงอิทธิพลระดับโลก บัฟเฟตต์ ยืนยัน ไม่สนใจลงทุนด้วยการซื้อหุ้นของเครือข่ายสังคมออนไลน์อย่างเฟซบุ๊ก

บัฟเฟตต์ ให้สัมภาษณ์สถานีโทรทัศน์ซีเอ็นเอ็นและซีเอ็นบีซี ว่า ไม่มีความคิดจะเข้าไปซื้อหุ้นที่ทางเฟซบุ๊กเสนอขาย เพราะไม่เชื่อถือต่อบริษัทอย่างเฟซบุ๊ก

การเอาเงินไปลงทุนกับเครือข่ายสังคมออนไลน์ บัฟเฟตต์ มองว่าเป็นความคิดที่ไม่ปกตินัก

บัฟเฟตต์ ตั้งข้อสงสัยว่าในอีก 5 หรือ 10 ปีข้างหน้า เฟซบุ๊กจะยังคงได้รับความนิยมและมีสถานะเช่นเดียวกับในทุกวันนี้หรือไม่

แม้ว่า บัฟเฟตต์ เคยให้คำแนะนำแก่ มาร์ก ซักเกอร์เบิร์ก ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอของเฟซบุ๊ก แต่ก็ยังไม่ประทับใจรูปแบบทางธุรกิจของเฟซบุ๊ก เนื่องจากรูปแบบการทำธุรกิจใดก็ตามที่ต้องคอยพึ่งพาให้ผู้อื่นเข้ามากดไลค์ ย่อมเป็นธุรกิจที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความไม่ยั่งยืน

บัฟเฟตต์ กล่าวถึงบริษัทอย่างเฟซบุ๊ก แอปเปิล และกูเกิล แม้ถูกจัดอันดับเป็นองค์กรที่ประสบความสำเร็จทางธุรกิจในปัจจุบัน แต่ไม่อาจจะรับประกันได้ว่าความสำเร็จของบริษัทเหล่านี้จะยั่งยืนในระยะยาว

สาเหตุเนื่องจากบริษัทดังกล่าวต่างเติบโตได้เพราะกระแสความนิยมของผู้บริโภคที่มีต่อผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ด้านเทคโนโลยีการสื่อสาร ซึ่งไม่มีผู้ใดสามารถยืนยันได้ว่าความนิยมในสินค้าประเภทดังกล่าวของผู้บริโภคจะสิ้นสุดลงเมื่อใดกัน

บัฟเฟตต์ จึงสรุปว่า จะมองดูการเติบโตของบริษัทเหล่านี้อยู่ห่างๆ ดีกว่า เพราะไม่กล้าพูดจริงๆ ว่าจะมีอนาคตที่สดใสในระยะยาวจริงหรือ

เมื่อหลายปีก่อนที่ธุรกิจดอตคอม หรือที่เกี่ยวเนื่องกับอินเทอร์เน็ตเฟื่องฟูในตลาดหุ้นของสหรัฐ บัฟเฟตต์ เป็นบุคคลที่ไม่เข้าไปลงทุน ด้วยความคิดเดียวกันนี้ สุดท้ายธุรกิจดอตคอมถึงคราวล่มสลายลงมา

ธุรกิจที่ บัฟเฟตต์ สนใจก็คือธุรกิจเกี่ยวกับพื้นฐานความเป็นอยู่ และเป็นธุรกิจที่ง่ายต่อการเข้าใจ ทำให้ บัฟเฟตต์ ประสบความสำเร็จตลอดมา

ที่เห่อกับกระแสนิยมใหม่ๆ ลองตั้งหลักว่าที่ บัฟเฟตต์ พูด น่าคิดหรือไม่